Accessibility Tools

Skip to main content

9 -16 เมษายนนี้ กาชาดชวนใส่เสื้อฮาวายลายดอกบริจาคโลหิตเตรียมพร้อมรับมือหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ชวนใส่เสื้อฮาวายลายดอก บริจาคโลหิตในโครงการ “แล้งนี้ไม่แล้งน้ำใจ  ด้วยการให้โลหิต” เตรียมพร้อมสำรองโลหิตรับมือหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 9 -16 เมษายน 2567 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ  พร้อมรับเสื้อยืดสุดเท่ “BLOOD DONATION  Give Blood Save Life” แทนคำขอบคุณ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย โดยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ มีการเดินทางกลับภูมิลำเนา และร่วมกิจกรรมตามประเพณีกับครอบครัว ส่งผลให้การบริจาคโลหิตลดน้อยลง แต่ความต้องการใช้โลหิตในการรักษาพยาบาลในช่วงเทศกาลสงกรานต์กลับสูงขึ้น และมากกว่าช่วงปกติถึงร้อยละ 40 เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2566 พบว่า อุบัติเหตุสะสมที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่าง วันที่ 9 – 16 เมษายน 2566 จำนวน 2,203 ครั้ง บาดเจ็บ 2,208 ราย และเสียชีวิต 264 ราย ซึ่งเป็นที่มาของความต้องการโลหิตอย่างเร่งด่วนและจำนวนมาก โรงพยาบาลต่างๆ จึงต้องเตรียมแผนการสำรองโลหิต เพื่อให้สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที

จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต ในโครงการ “แล้งนี้ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” ระหว่างวันที่ 9 – 16 เมษายน 2567  พิเศษ สำหรับผู้บริจาคโลหิตในโครงการฯ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ในกรุงเทพฯ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ จะได้รับเสื้อยืดสุดเท่ “BLOOD DONATION  Give Blood Save Life” แทนคำขอบคุณ

นอกจากนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมให้ผู้บริจาคโลหิตได้ร่วมสนุก และเสริมสิริมงคล ให้แก่ตนเอง ดังนี้

  • กิจกรรมสรงน้ำพระ เพื่อความเป็นสิริมงคล และสืบสานประเพณีไทยตลอดทั้ง 8 วัน ในช่วงระยะเวลาของโครงการฯ
  • กิจกรรม Show & Share เชิญชวนผู้บริจาคโลหิตสวมเสื้อลายดอก โพสต์ข้อความผ่าน Social Media เชิญชวนคนไทยบริจาคโลหิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมติดแฮชแท็ก #ใส่ลายดอกให้โลหิต  

บริจาคโลหิตในโครงการ ฯ ได้ที่ :

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
  • หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 7 แห่ง ในกรุงเทพฯ ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน และสาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา  และภูเก็ต

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่

  • ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตและสื่อสารองค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1760,1761

ชมรมผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ

ชมรมผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ Rh negative (Rh-)

การจัดหา โลหิตหมู่พิเศษ (Rh Negative) ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของงานบริการโลหิตในประเทศไทย เมื่อมีผู้ป่วยต้องการโลหิตหมู่พิเศษในการรักษาอย่างเร่งด่วน แต่ในคนไทยพบผู้ที่มีโลหิตหมู่พิเศษอยู่เพียงร้อยละ 0.3 จากจำนวนประชากรทั้งหมด หรือคิดง่ายๆ ใน 1,000 คน จะพบเพียง 3 คน เท่านั้น ที่มีโลหิตหมู่พิเศษ

สถิติจำนวนผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ มีเพียง 6,388 คน ทั่วประเทศ

  • Rh-

    ALL

    6,388 คน
  • กรุ๊ป

    A Rh-

    1,513 คน
  • กรุ๊ป

    B Rh-

    1,913 คน
  • กรุ๊ป

    O Rh-

    2,495 คน
  • กรุ๊ป

    AB Rh-

    467 คน

จึงมักประสบกับปัญหาโลหิตหมู่พิเศษไม่เพียงพอ และไม่ทันต่อความต้องการของผู้ป่วย เนื่องจากในการรับโลหิตจำเป็นต้องรับโลหิตหมู่พิเศษด้วยกันเท่านั้น

ความต้องการโลหิตหมู่พิเศษของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
ประจำวันที่ 17 ส.ค. 2569
A Rh-
162
ยูนิต
B Rh-
119
ยูนิต
O Rh-
437
ยูนิต
AB Rh-
16
ยูนิต

ดังนั้น ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้มีการจัดตั้ง ชมรมผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ (Rh negative Club) ขึ้น เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2532 และได้ริเริ่มการจัดงาน “รวมพล (ครอบครัว)หมู่โลหิตพิเศษ Rh- Negative” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ได้มีโอกาสรวมตัว พบปะ ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน สร้างความสัมพันธ์อันดีในกลุ่มสมาชิก ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันในกลุ่มผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ

อีกทั้ง ยังได้รับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโลหิตหมู่พิเศษที่เป็นปัจจุบัน รวมถึงปลูกฝังแนวความคิดผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษให้มาบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ บริจาคอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน จะทำให้มีโลหิตสำรองเพียงพอต่อการใช้รักษาชีวิตผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที จึงขอเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตหมู่โลหิตพิเศษ ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยหมู่โลหิตพิเศษด้วยกัน

โดยสามารถเดินทางมาบริจาคโลหิต ได้ที่

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์
  • รถรับบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ

ติดต่อนัดหมายการบริจาคโลหิตล่วงหน้า
โทร. 0 2252 1637, 08 5149 9089 | งานจัดหาผู้บริจาคโลหิต ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตและสื่อสารองค์กร

อ่านต่อ

การบริจาคเม็ดเลือดแดง

การบริจาคเม็ดเลือดแดง (Single Donor Red Cells)

เม็ดเลือดแดง (Red blood Cells) เป็นส่วนประกอบชนิดหนึ่งของเลือด มีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ผู้ป่วยที่ต้องใช้เม็ดเลือดแดงชนิด Single Donor Red Cells ในการรักษา ได้แก่

  • ผู้ป่วยโรคเลือดที่ต้องได้รับเลือดประจำ เช่น ธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ เป็นต้น
  • ผู้ป่วยที่เป็นหมู่เลือดพิเศษหรือหายาก
  • ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้เลือดรุนแรง (Anaphylaxis)

คุณสมบัติผู้บริจาคเม็ดเลือดแดง

  • อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 60 ปี (บริจาคเม็ดเลือดแดงครั้งแรก อายุไม่เกิน 50 ปีและต้องบริจาคโลหิตรวมที่ศูนย์บริการโลหิตฯ มารวมอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 1 ปี)
  • ผู้บริจาคชาย น้ำหนักเท่ากับหรือมากกว่า 59 กิโลกรัม ส่วนสูงมากกว่า 155 เซนติเมตร
  • ผู้บริจาคหญิง น้ำหนักเท่ากับหรือมากกว่า 68 กิโลกรัม ส่วนสูงมากกว่า 165 เซนติเมตร
  • มีเส้นเลือดที่ข้อพับแขนมองเห็นชัดเจน
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงก่อนมาบริจาค เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ เป็นต้น
  • มีค่าความเข้มข้นโลหิต Hct มากกว่า 40 % และ Hemoglobin มากกว่า 14.0 g/dl
  • มีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต

การบริจาคเม็ดเลือดแดง

บริจาคด้วยเครื่องแยกส่วนประกอบโลหิตอัตโนมัติ (Blood Cell Separator) จะแยกเก็บ เฉพาะเม็ดเลือดแดงไว้ โดยคืนส่วนอื่นกลับสู่ร่างกาย และชดเชยเลือดที่บริจาคด้วยน้ำเกลือ 400 มิลลิลิตรให้แก่ผู้บริจาค ใช้เวลาประมาณ 45 นาที บริจาคได้ทุก 4 เดือน

วัน/เวลาทำการห้องบริจาคเม็ดเลือดแดง

  • วันจันทร์ พุธ ศุกร์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคเม็ดเลือดแดงท่านสุดท้าย
    เวลา 17.30 น.

  • วันอังคาร พฤหัสบดี

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 07.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคเม็ดเลือดแดงท่านสุดท้าย
    เวลา 17.30 น.

  • วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-15.30 น.
    ปิดรับบริจาคเม็ดเลือดแดงท่านสุดท้าย
    เวลา 14.00 น.

นัดหมายการบริจาคเกล็ดเลือด  หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2-263-9600 -99 ต่อ 1143,1144

อ่านต่อ

การบริจาคเกล็ดเลือด

การบริจาคเกล็ดเลือด (Single Donor Platelets)

เกล็ดเลือด (platelet) คือส่วนประกอบของเลือดชนิดหนึ่งซึ่งมีความสำคัญมาก มีหน้าที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด และอุดรอยฉีกขาดของหลอดเลือด ปริมาณเกล็ดเลือดในคนทั่วไปมีค่าประมาณ 150,000 – 450,000 ตัวต่อปริมาณเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร (150,000 – 450,000/mm3) ผู้ป่วยที่มีปริมาณเกล็ดเลือดต่ำ อาจทำให้มีเลือดออกซึ่งรุนแรงถึงชีวิตได้ จึงจำเป็นต้องได้รับเกล็ดเลือด (platelet transfusion) เพื่อป้องกันภาวะดังกล่าว จึงมีการให้เกล็ดเลือดในผู้ป่วยที่มีเลือดออกจากภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือทำงานผิดปกติ หรือผู้ป่วยที่ไขกระดูกสร้างเกล็ดเลือดได้น้อย (เช่น โรคไขกระดูกฝ่อ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคตับ) หรือผู้ป่วยที่สูญเสียเกล็ดเลือดจำนวนมาก (เช่น โรคไข้เลือดออก การผ่าตัดใหญ่ การตกเลือดหลังคลอดบุตร เลือดออกจากอุบัติเหตุ เป็นต้น)

คุณสมบัติผู้บริจาคเกล็ดเลือด

  • เพศชาย
    เนื่องจากผู้บริจาคเพศหญิงอาจทำให้มีอุบัติการณ์แทรกซ้อน ในผู้ป่วยที่มีสาเหตุจาก แอนติบอดี้ต่อเม็ดเลือดขาว มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวเป็นมาตรฐานสากลในการบริจาคเกล็ดเลือดรายเดียวด้วยวิธี Plateletpheresis
  • มีสุขภาพแข็งแรง
    ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต
  • อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 60 ปี
    บริจาคเกล็ดเลือดครั้งแรก อายุไม่เกิน 50 ปีและต้องบริจาคโลหิตรวมที่ศูนย์บริการโลหิตฯ มารวมอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 1 ปี
  • น้ำหนัก
    อย่างน้อย 50 กิโลกรัม
  • ปริมาณเกล็ดเลือด
    มีปริมาณเกล็ดเลือดก่อนบริจาค ไม่น้อยกว่า 150,000/ไมโครลิตร และหลังบริจาคต้องมีปริมาณเกล็ดเลือด ไม่น้อยกว่า 100,000/ไมโครลิตร (ผู้บริจาคจะได้รับตรวจ CBC* ซึ่งเป็นการตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ก่อนการบริจาค)
  • เส้นเลือด
    มีเส้นเลือดที่ข้อพับแขน มองเห็นชัดเจน
  • อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
    ไม่กินยาแก้ปวดแอสไพริน ยาแก้ปวดข้อและ ยาที่อยู่ในกลุ่ม NSAIDs อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • อย่างน้อย 72 ชั่วโมง
    หยุดรับประทานขมิ้นชันหรือน้ำมันปลา อย่างน้อย 72 ชั่วโมง ก่อนมาบริจาค เนื่องจากอาจมีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด

วิธีการบริจาค

การบริจาคเกล็ดเลือด (Single Donor Platelets) สามารถบริจาคได้ทุกเดือน โดยรับบริจาคด้วยเครื่องแยกส่วนประกอบโลหิตอัตโนมัติ (Blood Cell Separator) เครื่องจะแยกเกล็ดเลือดเก็บและคืนส่วนอื่นกลับสู่ร่างกาย ใช้เวลาในการบริจาคแต่ละครั้งประมาณ 1-2 ชั่วโมง

วัน/เวลาทำการห้องบริจาคเกล็ดเลือด

  • วันจันทร์ พุธ ศุกร์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือดท่านสุดท้าย
    เวลา 17.30 น. 

  • วันอังคาร พฤหัสบดี

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 07.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือดท่านสุดท้าย
    เวลา 17.30 น.

  • วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-15.30 น.
    ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือดท่านสุดท้าย
    เวลา 14.00 น.

นัดหมายการบริจาคเกล็ดเลือด  หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2-263-9600 -99 ต่อ 1143,1144

อ่านต่อ

การบริจาคพลาสมา

การบริจาคพลาสมา (Single Donor Plasma)

พลาสมาหรือน้ำเหลืองนั้นเป็นส่วนของประกอบของเลือดที่ได้หลังจากแยกส่วนของเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดออกไป ในพลาสมาจะประกอบไปด้วยสารโปรตีน ได้แก่ อัลบูมิน โกลบูลิน อิมมูโนโกลบูลิน สารที่ทำให้เลือดแข็งตัว มีหน้าที่สำคัญในการรักษาปริมาณน้ำภายในหลอดเลือด ต่อต้านเชื้อโรคและช่วยในการแข็งตัวของเลือด สามารถนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยา ได้แก่

  • 1. ไอวีไอจี IVIG (Intravenous Immune Globulin)

    โรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคทางระบบประสาทที่มีสาเหตุจากความผิดปกติ ของภูมิคุ้มกัน

  • 2. อัลบูมิน (Albumin)

    โรคเรื้อรังที่มีภาวะขาดสารอัลบูมินในกระแสเลือด เช่น โรคไต โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งที่มีความ ล้มเหลวของระบบอวัยวะ

  • 3. เซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี และเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

คุณสมบัติผู้บริจาคพลาสมา

บริจาคพลาสมา

  • อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 60 ปี (บริจาคเกล็ดเลือดครั้งแรก อายุไม่เกิน 50 ปีและต้องบริจาคโลหิตรวมที่ศูนย์บริการโลหิตฯ มารวมอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 1 ปี)

  • น้ำหนักอย่างน้อย 50 กิโลกรัม

  • เส้นเลือดที่ข้อพับแขนมองเห็นชัดเจน

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงก่อนมาบริจาค เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ เป็นต้น

  • มีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต 

  • สำหรับผู้บริจาคโลหิตโครงการบริจาคพลาสมาทำเซรุ่มไวรัสตับอักเสบบี และเซรุ่มพิษสุนัขบ้า

  • โครงการบริจาคพลาสมาทำเซรุ่มไวรัสตับอักเสบบี เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเจาะเลือดประมาณ 6 mL ส่งงานห้องปฏิบัติการเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดเพื่อตรวจ Anti-HBsAg ว่ามีหรือไม่ เมื่อทราบผลทำการคัดแยกเข้าโครงการ ในกรณีที่ผลการตรวจ Anti-HBsAg เป็นบวก (มากกว่าหรือเท่ากับ 5 IU/mL) ให้เข้าโครงการเซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (Human Hepatitis-B Immunoglobulin HBIG) และทำบัตรนัดฉีดยา โดยนัดฉีดยาเดือนละ 1 เข็ม เป็นเวลา 3 เดือน ติดต่อกันพร้อมทั้งเจาะโลหิตตรวจหาระดับ Anti-HBsAg ก่อนฉีดยาเข็มที่ 2 และเข็มที่ 3 ผลภูมิหลังฉีดยาครบ 3 เข็มต้องมากกว่า 10 IU/mL เมื่อฉีดยาเข็มที่ 3 ครบแล้ว 2 สัปดาห์ เริ่มบริจาคพลาสมาได้และสามารถบริจาคได้ทุก 14 วัน ในระหว่างที่อยู่ในโครงการบริจาคพลาสมาจะต้องมีการฉีดยากระตุ้นตลอดทุก 3 เดือนพร้อมทั้งตรวจระดับ Anti- HBsAg ทุก 3 เดือน
  • โครงการเซรุ่มป้องกันพิษสุนัขบ้า (Human Rabies Immunoglobulin, HRIG) โดยจะฉีดวัคซีน VERORAB 0.2 mL ID แบ่งฉีดกล้ามเนื้อ (Deltoid) ที่แขนทั้ง 2 ข้างๆ ละ 0.1 mL ทำบัตร นัดฉีดยากำหนดวันดังนี้
  • ฉีดวัคซีนครั้งที่ 1 (Day 0)

    วันที่……..(วันที่มาฟังผลและตกลงเข้าโครงการ)

  • ฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 (Day7)

    วันที่……..(7 วันหลังจากฉีดยาเข็มที่ 1)

  • ฉีดวัคซีนครั้งที่ 3 (Day21)

    วันที่……..(21 วันหลังจากฉีดยาเข็มที่ 1)

  • หลังจากฉีดยาครบ 3 เข็ม แล้วเมื่อครบกำหนด 2 สัปดาห์ เริ่มบริจาคพลาสมาได้ และสามารถ บริจาคได้ทุก 14 วัน ในระหว่างที่อยู่ในโครงการบริจาคจะต้องมีการฉีดยากระตุ้นตลอดทุก 3 เดือน

พลาสมาในกลุ่มที่ไม่ต้องฉีดวัคซีนผลิต Fractionation คัดเลือกผู้บริจาคแบบเดียวกันแต่ไม่ต้องมีการฉีดวัคซีน

  • การดูแลเพิ่มเติมสำหรับผู้บริจาคพลาสมา

    ตรวจติดตามระดับ Total Protein และ Albumin ทุก 6 เดือน ในผู้บริจาคพลาสมาทุก ถ้า Protein ต่ำกว่า 6.0 g/dl ให้ผู้บริจาคหยุดการบริจาคชั่วคราว และนัดมาตรวจซ้ำหลังจาก นั้น 1 เดือน ถ้ามากกว่า 6.0 g/dl สามารถบริจาคต่อได้

  • วิธีการบริจาค

    การบริจาคพลาสมา จะบริจาคด้วยเครื่องแยกส่วนประกอบโลหิตอัตโนมัติ (Blood Cell Separator) ใช้เวลาในการบริจาค ประมาณ 45 นาที ครั้งละ 500 ซีซี บริจาคได้ทุก 14 วัน

    Read more

วันและเวลาทำการ

  • วันจันทร์ พุธ ศุกร์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคพลาสมาท่านสุดท้าย
    เวลา 18.00 น.

  • วันอังคาร พฤหัสบดี

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 07.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคพลาสมาท่านสุดท้าย
    เวลา 18.00 น.

  • วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-15.30 น.
    ปิดรับบริจาคพลาสมาท่านสุดท้าย
    เวลา 14.30 น.

นัดหมายการบริจาคเกล็ดเลือด  หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2-263-9600 -99 ต่อ 1143,1144

วันและเวลาทำการห้องรับบริจาคพลาสมา ชั้น 2

เปิดทำการเฉพาะ วันจันทร์-ศุกร์

(ไม่หยุดพักกลางวัน)

เปิดทำการเฉพาะ วันจันทร์-ศุกร์
เวลา 08.30-16.30 น.
ปิดทำการวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1101,1203

อ่านต่อ

นโยบายคุณภาพ การรับรองคุณภาพและมาตรฐาน

นโยบายคุณภาพ การรับรองคุณภาพและมาตรฐาน

นโยบายคุณภาพ พ.ศ. 2569

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
มุ่งมั่นให้บริการโลหิตและผลิตภัณฑ์ที่มี คุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ตามมาตรฐานสากล
ด้วยการบริหาร ระบบคุณภาพที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
โดยยึดหลัก จริยธรรม จรรยาบรรณ ความเสมอภาค และความพึงพอใจของผู้รับบริการ

อ่านต่อ

วิสัยทัศน์และค่านิยม พันธกิจ เข็มมุ่ง

วิสัยทัศน์
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นศูนย์กลางการให้บริการโลหิต เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต และ ผลิตภัณฑ์ด้านบริการโลหิตของประเทศ ได้เพียงพออย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ต่อผู้บริจาคโลหิตและผู้ป่วย ด้วยมาตรฐานระดับสากล

ค่านิยมองค์กร
  • คุณภาพ (Quality)
    ยึดมั่นและธํารงไว้ ซึ่งเอกภาพในการบริหารงานระบบคุณภาพขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานสากล
  • รับผิดชอบ (Accountability)
    มุ่งมั่นให้บริการและผลิตผลิตภัณฑ์โลหิตด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ โดยให้ความสําคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้บริจาคโลหิตและผู้ป่วยที่รับโลหิต
  • เอื้ออาทร (Caring)
    ใส่ใจ ห่วงใยและเอื้ออาทร ดําเนินการตามหลักธรรมาภิบาล และจรรยาบรรณสภากาชาดไทย ร่วมสร้างสังคมสีเขียว ปลอดมลภาวะเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

พันธกิจ
  • เป็นศูนย์กลางบริหารงานบริการโลหิต เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต และผลิตภัณฑ์ด้านบริการโลหิตให้เพียงพอและปลอดภัย
  • กำหนดและกำกับดูแลนโยบาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติงานบริการโลหิตระดับประเทศ
  • เป็นศูนย์กลางห้องปฏิบัติการ และข้อมูลด้านบริการโลหิตของประเทศ
  • ธำรงไว้ซึ่งระบบคุณภาพตามมาตรฐานสากล
  • ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านบริการโลหิตอย่างต่อเนื่อง
  • บริหารหลักสูตรและการฝึกอบรมด้านเวชศาสตร์บริการโลหิต ร่วมกับสถาบันการศึกษา สนับสนุนการพัฒนาต่อเนื่องของบุคลากรด้านเวชศาสตร์บริการโลหิตของประเทศ และเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านเวชศาสตร์บริการโลหิตขององค์การอนามัยโลกสำหรับประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (WHOCC)

เข็มมุ่ง

3S + 1E เข็มมุ่งสู่ความเป็นเลิศในการบริการโลหิตและสร้างคุณค่าที่ดีสู่สังคม

  • ปลอดภัย (Safety)
    ให้บริการโลหิตและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดทั้งผู้ให้และผู้รับ ส่งเสริมความปลอดภัยในด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

  • ได้มาตรฐาน (Standard)
    บริหารระบบคุณภาพตามมาตรฐานสากล ด้วยความเชี่ยวชาญและรับผิดชอบแบบมืออาชีพ

  • บริการประทับใจ (Satisfaction)
    ใส่ใจและเอื้ออาทร ให้ความสำคัญและสร้างประสบการณ์ที่ดี เกินความคาดหมายให้ผู้รับบริการ

  • ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Environment)
    ร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยประหยัดพลังงานและบริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มุ่งสู่ Zero Waste

อ่านต่อ