Accessibility Tools

Skip to main content

🎉ฉลอง #20ปีแห่งการให้ ขอบคุณจากใจถึงผู้บริจาค เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก World Blood Donor Day 2024

🎉ฉลอง #20ปีแห่งการให้ ขอบคุณจากใจถึงผู้บริจาค เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก World Blood Donor Day 2024

🙋‍♀️มาร่วมเป็นอีก 1 ผู้ให้ชีวิต เพียงบริจาคโลหิต🩸
📅ระหว่างวันที่ 10 – 14 มิถุนายน 2567
👕รับทันที #เสื้อยืดที่ระลึก สุดน่ารัก
🎨ลาย BLOOD DONATION Give Blood Save Life

บริจาคโลหิต🩸 ได้ที่🔻
🏥ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
📍ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง
📍หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station)
📍โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต 8 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ

📲หรือ คลิก https://redcross.to/45ggmdW
เช็คสถานที่รับบริจาคโลหิตในโครงการฯ

มาโชว์ไอเดียสุดปิ้ง💡 #ชิงทุนการศึกษา BRAND’S Young Blood ปลุกพลัง Gen ใหม่🔥 สร้างตำนานครีเอเตอร์ #เลือดใหม่ แห่งปี 2567

มาโชว์ไอเดียสุดปิ้ง💡 #ชิงทุนการศึกษา BRAND’S Young Blood ปลุกพลัง Gen ใหม่🔥 สร้างตำนานครีเอเตอร์ #เลือดใหม่ แห่งปี 2567

🔻ผ่าน 2 กิจกรรม🔻
1️⃣🎨ครีเอทลวดลาย “เสื้อยืด👕” ปลุกพลังเลือดใหม่🩸
2️⃣🎨สร้างสรรค์ “Infographic” จุดประกายผู้ให้🩸
💸ชิงทุนการศึกษารวม 55,000 บาท
📜พร้อมรับเกียรติบัตร และผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัดดื่มฟรีตลอดปี🐔
📲สแกน QR CODE บน Banner เพื่อดาวน์โหลดใบสมัครและดูรายละเอียดการประกวด
🔻กติกา🔻
1. ต้องเป็นนิสิตนักศึกษาในสังกัดสถาบันการศึกษาอย่างถูกต้อง และมีอายุไม่เกิน 22 ปี
2. กรอกใบสมัครเข้าร่วมการประกวดอย่างครบถ้วน ชัดเจน
3. ส่งไฟล์ผลงานได้ที่ email : [email protected]
☎สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ 0 2263 9600 ต่อ 1743

9 -16 เมษายนนี้ กาชาดชวนใส่เสื้อฮาวายลายดอกบริจาคโลหิตเตรียมพร้อมรับมือหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ชวนใส่เสื้อฮาวายลายดอก บริจาคโลหิตในโครงการ “แล้งนี้ไม่แล้งน้ำใจ  ด้วยการให้โลหิต” เตรียมพร้อมสำรองโลหิตรับมือหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 9 -16 เมษายน 2567 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ  พร้อมรับเสื้อยืดสุดเท่ “BLOOD DONATION  Give Blood Save Life” แทนคำขอบคุณ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย โดยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ มีการเดินทางกลับภูมิลำเนา และร่วมกิจกรรมตามประเพณีกับครอบครัว ส่งผลให้การบริจาคโลหิตลดน้อยลง แต่ความต้องการใช้โลหิตในการรักษาพยาบาลในช่วงเทศกาลสงกรานต์กลับสูงขึ้น และมากกว่าช่วงปกติถึงร้อยละ 40 เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2566 พบว่า อุบัติเหตุสะสมที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่าง วันที่ 9 – 16 เมษายน 2566 จำนวน 2,203 ครั้ง บาดเจ็บ 2,208 ราย และเสียชีวิต 264 ราย ซึ่งเป็นที่มาของความต้องการโลหิตอย่างเร่งด่วนและจำนวนมาก โรงพยาบาลต่างๆ จึงต้องเตรียมแผนการสำรองโลหิต เพื่อให้สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที

จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต ในโครงการ “แล้งนี้ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” ระหว่างวันที่ 9 – 16 เมษายน 2567  พิเศษ สำหรับผู้บริจาคโลหิตในโครงการฯ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ในกรุงเทพฯ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ จะได้รับเสื้อยืดสุดเท่ “BLOOD DONATION  Give Blood Save Life” แทนคำขอบคุณ

นอกจากนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมให้ผู้บริจาคโลหิตได้ร่วมสนุก และเสริมสิริมงคล ให้แก่ตนเอง ดังนี้

  • กิจกรรมสรงน้ำพระ เพื่อความเป็นสิริมงคล และสืบสานประเพณีไทยตลอดทั้ง 8 วัน ในช่วงระยะเวลาของโครงการฯ
  • กิจกรรม Show & Share เชิญชวนผู้บริจาคโลหิตสวมเสื้อลายดอก โพสต์ข้อความผ่าน Social Media เชิญชวนคนไทยบริจาคโลหิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมติดแฮชแท็ก #ใส่ลายดอกให้โลหิต  

บริจาคโลหิตในโครงการ ฯ ได้ที่ :

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
  • หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 7 แห่ง ในกรุงเทพฯ ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน และสาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา  และภูเก็ต

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่

  • ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตและสื่อสารองค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1760,1761

ชมรมผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ

ชมรมผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ Rh negative (Rh-)

การจัดหา โลหิตหมู่พิเศษ (Rh Negative) ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของงานบริการโลหิตในประเทศไทย เมื่อมีผู้ป่วยต้องการโลหิตหมู่พิเศษในการรักษาอย่างเร่งด่วน แต่ในคนไทยพบผู้ที่มีโลหิตหมู่พิเศษอยู่เพียงร้อยละ 0.3 จากจำนวนประชากรทั้งหมด หรือคิดง่ายๆ ใน 1,000 คน จะพบเพียง 3 คน เท่านั้น ที่มีโลหิตหมู่พิเศษ

สถิติจำนวนผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ มีเพียง 6,388 คน ทั่วประเทศ

  • Rh-

    ALL

    6,388 คน
  • กรุ๊ป

    A Rh-

    1,513 คน
  • กรุ๊ป

    B Rh-

    1,913 คน
  • กรุ๊ป

    O Rh-

    2,495 คน
  • กรุ๊ป

    AB Rh-

    467 คน

จึงมักประสบกับปัญหาโลหิตหมู่พิเศษไม่เพียงพอ และไม่ทันต่อความต้องการของผู้ป่วย เนื่องจากในการรับโลหิตจำเป็นต้องรับโลหิตหมู่พิเศษด้วยกันเท่านั้น

ความต้องการโลหิตหมู่พิเศษของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
ประจำวันที่ 17 ส.ค. 2569
A Rh-
162
ยูนิต
B Rh-
119
ยูนิต
O Rh-
437
ยูนิต
AB Rh-
16
ยูนิต

ดังนั้น ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้มีการจัดตั้ง ชมรมผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ (Rh negative Club) ขึ้น เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2532 และได้ริเริ่มการจัดงาน “รวมพล (ครอบครัว)หมู่โลหิตพิเศษ Rh- Negative” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ได้มีโอกาสรวมตัว พบปะ ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน สร้างความสัมพันธ์อันดีในกลุ่มสมาชิก ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันในกลุ่มผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ

อีกทั้ง ยังได้รับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโลหิตหมู่พิเศษที่เป็นปัจจุบัน รวมถึงปลูกฝังแนวความคิดผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษให้มาบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ บริจาคอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน จะทำให้มีโลหิตสำรองเพียงพอต่อการใช้รักษาชีวิตผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที จึงขอเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตหมู่โลหิตพิเศษ ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยหมู่โลหิตพิเศษด้วยกัน

โดยสามารถเดินทางมาบริจาคโลหิต ได้ที่

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์
  • รถรับบริจาคโลหิตหมู่พิเศษ

ติดต่อนัดหมายการบริจาคโลหิตล่วงหน้า
โทร. 0 2252 1637, 08 5149 9089 | งานจัดหาผู้บริจาคโลหิต ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตและสื่อสารองค์กร

อ่านต่อ

การบริจาคเม็ดเลือดแดง

การบริจาคเม็ดเลือดแดง (Single Donor Red Cells)

เม็ดเลือดแดง (Red blood Cells) เป็นส่วนประกอบชนิดหนึ่งของเลือด มีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ผู้ป่วยที่ต้องใช้เม็ดเลือดแดงชนิด Single Donor Red Cells ในการรักษา ได้แก่

  • ผู้ป่วยโรคเลือดที่ต้องได้รับเลือดประจำ เช่น ธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ เป็นต้น
  • ผู้ป่วยที่เป็นหมู่เลือดพิเศษหรือหายาก
  • ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้เลือดรุนแรง (Anaphylaxis)

คุณสมบัติผู้บริจาคเม็ดเลือดแดง

  • อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 60 ปี (บริจาคเม็ดเลือดแดงครั้งแรก อายุไม่เกิน 50 ปีและต้องบริจาคโลหิตรวมที่ศูนย์บริการโลหิตฯ มารวมอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 1 ปี)
  • ผู้บริจาคชาย น้ำหนักเท่ากับหรือมากกว่า 59 กิโลกรัม ส่วนสูงมากกว่า 155 เซนติเมตร
  • ผู้บริจาคหญิง น้ำหนักเท่ากับหรือมากกว่า 68 กิโลกรัม ส่วนสูงมากกว่า 165 เซนติเมตร
  • มีเส้นเลือดที่ข้อพับแขนมองเห็นชัดเจน
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงก่อนมาบริจาค เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ เป็นต้น
  • มีค่าความเข้มข้นโลหิต Hct มากกว่า 40 % และ Hemoglobin มากกว่า 14.0 g/dl
  • มีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต

การบริจาคเม็ดเลือดแดง

บริจาคด้วยเครื่องแยกส่วนประกอบโลหิตอัตโนมัติ (Blood Cell Separator) จะแยกเก็บ เฉพาะเม็ดเลือดแดงไว้ โดยคืนส่วนอื่นกลับสู่ร่างกาย และชดเชยเลือดที่บริจาคด้วยน้ำเกลือ 400 มิลลิลิตรให้แก่ผู้บริจาค ใช้เวลาประมาณ 45 นาที บริจาคได้ทุก 4 เดือน

วัน/เวลาทำการห้องบริจาคเม็ดเลือดแดง

  • วันจันทร์ พุธ ศุกร์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคเม็ดเลือดแดงท่านสุดท้าย
    เวลา 17.30 น.

  • วันอังคาร พฤหัสบดี

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 07.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคเม็ดเลือดแดงท่านสุดท้าย
    เวลา 17.30 น.

  • วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-15.30 น.
    ปิดรับบริจาคเม็ดเลือดแดงท่านสุดท้าย
    เวลา 14.00 น.

นัดหมายการบริจาคเกล็ดเลือด  หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2-263-9600 -99 ต่อ 1143,1144

อ่านต่อ

การบริจาคเกล็ดเลือด

การบริจาคเกล็ดเลือด (Single Donor Platelets)

เกล็ดเลือด (platelet) คือส่วนประกอบของเลือดชนิดหนึ่งซึ่งมีความสำคัญมาก มีหน้าที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด และอุดรอยฉีกขาดของหลอดเลือด ปริมาณเกล็ดเลือดในคนทั่วไปมีค่าประมาณ 150,000 – 450,000 ตัวต่อปริมาณเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร (150,000 – 450,000/mm3) ผู้ป่วยที่มีปริมาณเกล็ดเลือดต่ำ อาจทำให้มีเลือดออกซึ่งรุนแรงถึงชีวิตได้ จึงจำเป็นต้องได้รับเกล็ดเลือด (platelet transfusion) เพื่อป้องกันภาวะดังกล่าว จึงมีการให้เกล็ดเลือดในผู้ป่วยที่มีเลือดออกจากภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือทำงานผิดปกติ หรือผู้ป่วยที่ไขกระดูกสร้างเกล็ดเลือดได้น้อย (เช่น โรคไขกระดูกฝ่อ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคตับ) หรือผู้ป่วยที่สูญเสียเกล็ดเลือดจำนวนมาก (เช่น โรคไข้เลือดออก การผ่าตัดใหญ่ การตกเลือดหลังคลอดบุตร เลือดออกจากอุบัติเหตุ เป็นต้น)

คุณสมบัติผู้บริจาคเกล็ดเลือด

  • เพศชาย
    เนื่องจากผู้บริจาคเพศหญิงอาจทำให้มีอุบัติการณ์แทรกซ้อน ในผู้ป่วยที่มีสาเหตุจาก แอนติบอดี้ต่อเม็ดเลือดขาว มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวเป็นมาตรฐานสากลในการบริจาคเกล็ดเลือดรายเดียวด้วยวิธี Plateletpheresis
  • มีสุขภาพแข็งแรง
    ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต
  • อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 60 ปี
    บริจาคเกล็ดเลือดครั้งแรก อายุไม่เกิน 50 ปีและต้องบริจาคโลหิตรวมที่ศูนย์บริการโลหิตฯ มารวมอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 1 ปี
  • น้ำหนัก
    อย่างน้อย 50 กิโลกรัม
  • ปริมาณเกล็ดเลือด
    มีปริมาณเกล็ดเลือดก่อนบริจาค ไม่น้อยกว่า 150,000/ไมโครลิตร และหลังบริจาคต้องมีปริมาณเกล็ดเลือด ไม่น้อยกว่า 100,000/ไมโครลิตร (ผู้บริจาคจะได้รับตรวจ CBC* ซึ่งเป็นการตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ก่อนการบริจาค)
  • เส้นเลือด
    มีเส้นเลือดที่ข้อพับแขน มองเห็นชัดเจน
  • อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
    ไม่กินยาแก้ปวดแอสไพริน ยาแก้ปวดข้อและ ยาที่อยู่ในกลุ่ม NSAIDs อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • อย่างน้อย 72 ชั่วโมง
    หยุดรับประทานขมิ้นชันหรือน้ำมันปลา อย่างน้อย 72 ชั่วโมง ก่อนมาบริจาค เนื่องจากอาจมีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด

วิธีการบริจาค

การบริจาคเกล็ดเลือด (Single Donor Platelets) สามารถบริจาคได้ทุกเดือน โดยรับบริจาคด้วยเครื่องแยกส่วนประกอบโลหิตอัตโนมัติ (Blood Cell Separator) เครื่องจะแยกเกล็ดเลือดเก็บและคืนส่วนอื่นกลับสู่ร่างกาย ใช้เวลาในการบริจาคแต่ละครั้งประมาณ 1-2 ชั่วโมง

วัน/เวลาทำการห้องบริจาคเกล็ดเลือด

  • วันจันทร์ พุธ ศุกร์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือดท่านสุดท้าย
    เวลา 17.30 น. 

  • วันอังคาร พฤหัสบดี

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 07.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือดท่านสุดท้าย
    เวลา 17.30 น.

  • วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-15.30 น.
    ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือดท่านสุดท้าย
    เวลา 14.00 น.

นัดหมายการบริจาคเกล็ดเลือด  หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2-263-9600 -99 ต่อ 1143,1144

อ่านต่อ

การบริจาคพลาสมา

การบริจาคพลาสมา (Single Donor Plasma)

พลาสมาหรือน้ำเหลืองนั้นเป็นส่วนของประกอบของเลือดที่ได้หลังจากแยกส่วนของเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดออกไป ในพลาสมาจะประกอบไปด้วยสารโปรตีน ได้แก่ อัลบูมิน โกลบูลิน อิมมูโนโกลบูลิน สารที่ทำให้เลือดแข็งตัว มีหน้าที่สำคัญในการรักษาปริมาณน้ำภายในหลอดเลือด ต่อต้านเชื้อโรคและช่วยในการแข็งตัวของเลือด สามารถนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยา ได้แก่

  • 1. ไอวีไอจี IVIG (Intravenous Immune Globulin)

    โรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคทางระบบประสาทที่มีสาเหตุจากความผิดปกติ ของภูมิคุ้มกัน

  • 2. อัลบูมิน (Albumin)

    โรคเรื้อรังที่มีภาวะขาดสารอัลบูมินในกระแสเลือด เช่น โรคไต โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งที่มีความ ล้มเหลวของระบบอวัยวะ

  • 3. เซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี และเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

คุณสมบัติผู้บริจาคพลาสมา

บริจาคพลาสมา

  • อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 60 ปี (บริจาคเกล็ดเลือดครั้งแรก อายุไม่เกิน 50 ปีและต้องบริจาคโลหิตรวมที่ศูนย์บริการโลหิตฯ มารวมอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 1 ปี)

  • น้ำหนักอย่างน้อย 50 กิโลกรัม

  • เส้นเลือดที่ข้อพับแขนมองเห็นชัดเจน

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงก่อนมาบริจาค เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ เป็นต้น

  • มีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต 

  • สำหรับผู้บริจาคโลหิตโครงการบริจาคพลาสมาทำเซรุ่มไวรัสตับอักเสบบี และเซรุ่มพิษสุนัขบ้า

  • โครงการบริจาคพลาสมาทำเซรุ่มไวรัสตับอักเสบบี เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเจาะเลือดประมาณ 6 mL ส่งงานห้องปฏิบัติการเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดเพื่อตรวจ Anti-HBsAg ว่ามีหรือไม่ เมื่อทราบผลทำการคัดแยกเข้าโครงการ ในกรณีที่ผลการตรวจ Anti-HBsAg เป็นบวก (มากกว่าหรือเท่ากับ 5 IU/mL) ให้เข้าโครงการเซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (Human Hepatitis-B Immunoglobulin HBIG) และทำบัตรนัดฉีดยา โดยนัดฉีดยาเดือนละ 1 เข็ม เป็นเวลา 3 เดือน ติดต่อกันพร้อมทั้งเจาะโลหิตตรวจหาระดับ Anti-HBsAg ก่อนฉีดยาเข็มที่ 2 และเข็มที่ 3 ผลภูมิหลังฉีดยาครบ 3 เข็มต้องมากกว่า 10 IU/mL เมื่อฉีดยาเข็มที่ 3 ครบแล้ว 2 สัปดาห์ เริ่มบริจาคพลาสมาได้และสามารถบริจาคได้ทุก 14 วัน ในระหว่างที่อยู่ในโครงการบริจาคพลาสมาจะต้องมีการฉีดยากระตุ้นตลอดทุก 3 เดือนพร้อมทั้งตรวจระดับ Anti- HBsAg ทุก 3 เดือน
  • โครงการเซรุ่มป้องกันพิษสุนัขบ้า (Human Rabies Immunoglobulin, HRIG) โดยจะฉีดวัคซีน VERORAB 0.2 mL ID แบ่งฉีดกล้ามเนื้อ (Deltoid) ที่แขนทั้ง 2 ข้างๆ ละ 0.1 mL ทำบัตร นัดฉีดยากำหนดวันดังนี้
  • ฉีดวัคซีนครั้งที่ 1 (Day 0)

    วันที่……..(วันที่มาฟังผลและตกลงเข้าโครงการ)

  • ฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 (Day7)

    วันที่……..(7 วันหลังจากฉีดยาเข็มที่ 1)

  • ฉีดวัคซีนครั้งที่ 3 (Day21)

    วันที่……..(21 วันหลังจากฉีดยาเข็มที่ 1)

  • หลังจากฉีดยาครบ 3 เข็ม แล้วเมื่อครบกำหนด 2 สัปดาห์ เริ่มบริจาคพลาสมาได้ และสามารถ บริจาคได้ทุก 14 วัน ในระหว่างที่อยู่ในโครงการบริจาคจะต้องมีการฉีดยากระตุ้นตลอดทุก 3 เดือน

พลาสมาในกลุ่มที่ไม่ต้องฉีดวัคซีนผลิต Fractionation คัดเลือกผู้บริจาคแบบเดียวกันแต่ไม่ต้องมีการฉีดวัคซีน

  • การดูแลเพิ่มเติมสำหรับผู้บริจาคพลาสมา

    ตรวจติดตามระดับ Total Protein และ Albumin ทุก 6 เดือน ในผู้บริจาคพลาสมาทุก ถ้า Protein ต่ำกว่า 6.0 g/dl ให้ผู้บริจาคหยุดการบริจาคชั่วคราว และนัดมาตรวจซ้ำหลังจาก นั้น 1 เดือน ถ้ามากกว่า 6.0 g/dl สามารถบริจาคต่อได้

  • วิธีการบริจาค

    การบริจาคพลาสมา จะบริจาคด้วยเครื่องแยกส่วนประกอบโลหิตอัตโนมัติ (Blood Cell Separator) ใช้เวลาในการบริจาค ประมาณ 45 นาที ครั้งละ 500 ซีซี บริจาคได้ทุก 14 วัน

    Read more

วันและเวลาทำการ

  • วันจันทร์ พุธ ศุกร์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคพลาสมาท่านสุดท้าย
    เวลา 18.00 น.

  • วันอังคาร พฤหัสบดี

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 07.30-19.30 น.
    ปิดรับบริจาคพลาสมาท่านสุดท้าย
    เวลา 18.00 น.

  • วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์

    (ไม่ปิดพักกลางวัน)

    เวลา 08.30-15.30 น.
    ปิดรับบริจาคพลาสมาท่านสุดท้าย
    เวลา 14.30 น.

นัดหมายการบริจาคเกล็ดเลือด  หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2-263-9600 -99 ต่อ 1143,1144

วันและเวลาทำการห้องรับบริจาคพลาสมา ชั้น 2

เปิดทำการเฉพาะ วันจันทร์-ศุกร์

(ไม่หยุดพักกลางวัน)

เปิดทำการเฉพาะ วันจันทร์-ศุกร์
เวลา 08.30-16.30 น.
ปิดทำการวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1101,1203

อ่านต่อ