Accessibility Tools

Skip to main content

ผู้เขียน: prnbc

ฮาโลวีนนี้ กาชาด ชวนคนสุขภาพดี มาบริจาคโลหิต

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนคนสุขภาพดี บริจาคโลหิต วันฮาโลวีน ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง  ทั่วประเทศ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สำหรับผู้บริจาคโลหิต วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จะได้รับเสื้อยืด  “Don’t Be Scare To Donate Blood” เป็นที่ระลึก

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพดี ร่วมบริจาคโลหิต ในโครงการ “ฮาโลวีน หนีผีมาให้เลือด” ระหว่างวันที่ 29 – 31 ตุลาคม 2568 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริจาคเพิ่มขึ้น จากปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 2 ครั้ง ไปจนถึงปีละ 4 ครั้ง และบริจาคโลหิตเป็นประจำทุก 3 เดือน เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนโลหิต บริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Stations) 7 แห่ง ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ

พิเศษ ! เฉพาะผู้ที่บริจาคโลหิต ในวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 07.30 – 19.30 น. ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ  ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.30 น.จะได้รับเสื้อยืด “Don’t Be Scare To Donate Blood” เป็นที่ระลึก (จำนวนจำกัด)  สนับสนุนโดย สมาคมนักศึกษาเก่าพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนประชาชนร่วมโครงการ “ตั้งจิตภาวนา บริจาคโลหิต น้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย”

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยการตั้งจิตภาวนาและบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ผู้ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยหัวใจเปี่ยมศรัทธาและอาลัยยิ่ง


โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อ “ตั้งจิตภาวนา บริจาคโลหิต น้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย” ดำเนินงานโดยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม 2568 – 23 ตุลาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมทำความดี ด้วยการบริจาคโลหิต อันเป็นการ “ให้ชีวิตเพื่อชีวิต” พร้อมตั้งจิตภาวนาและน้อมถวายความอาลัยแด่พระองค์ ผู้ทรงเป็นพระมารดาแห่งแผ่นดินไทย

ภายในโครงการประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีตั้งจิตภาวนาและถวายความอาลัย การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และการรณรงค์เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตทั่วประเทศ

ประชาชนสามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย รวมถึงโรงพยาบาล สาขาบริการโลหิต และหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ทั่วประเทศ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “สายธารโลหิตแห่งภักดี” แสดงออกถึงความรัก ความอาลัย และสำนึกในพระเมตตาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการ “ให้เพื่อชีวิต” อันเป็นคุณค่าที่ยั่งยืนของความดีและความเป็นมนุษย์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2256-4300
เว็บไซต์ www.nbc.in.th
Facebook: ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

การใช้โลหิตและส่วนประกอบโลหิตอย่างเหมาะสม

สารงานบริการโลหิต กันยายน – ตุลาคม 2568

56 ปี วันสถาปนา ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘ในหลวง ร.9’ เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

วันที่ 10 ตุลาคม 2568
เวลา 07.00 น. รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมตักบาตรอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์ จากวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง จำนวน 9 รูป ณ ด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

จากนั้น ร่วมสักการะบูชาบรมครูแพทย์ชีวกโกมารภัจจ์ และศาลพระภูมิ ซึ่งเป็นเสมือนศูนย์รวมใจของเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ บริเวณด้านหน้า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์

เวลา 09.45 น. ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช และในโอกาสครบรอบ 56 ปี วันสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย 13 ตุลาคม 2568 โดยมี คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภากาชาดไทย รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารสภากาชาดไทย ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพล และถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร จำนวน 10 รูป ณ ห้องจุมภฏ ชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

56 ปี ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ก้าวหน้า ก้าวต่อไป ก้าวให้ไกล ด้วยคุณภาพ รับผิดชอบ เอื้ออาทร

                13 ตุลาคม วันคล้ายวันสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ครบรอบ 56 ปี มุ่งมั่นให้บริการโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิตที่เพียงพอ มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล สำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ โดยยึดมั่นค่านิยมองค์กร “คุณภาพ รับผิดชอบ เอื้ออาทร”เพื่อยกระดับพัฒนางานบริการโลหิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชน และหน่วยงานทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ร่วมบริจาคโลหิต  พิเศษ ! ผู้ที่บริจาคโลหิตครบ 56 ครั้ง ในเดือนตุลาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ รับทันทีเสื้อยืด “56th Anniversary National Blood Centre” เป็นที่ระลึก

           รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันที่ 13 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย ซึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นจากการประชุมสันนิบาตกาชาด ครั้งที่ 17 ณ กรุงสต็อกโฮม ประเทศสวีเดน มีมติให้สภากาชาดแต่ละประเทศจัดตั้งงานบริการโลหิตขึ้น ในประเทศไทย ได้จัดตั้งแผนกบริการโลหิตขึ้นในกองวิทยาศาสตร์ สภากาชาดไทย เมื่อปีพุทธศักราช 2495 ซึ่งต่อมาได้ยกระดับเป็น “ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ” โดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2508 เพื่อให้เป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการจัดหาโลหิตจากผู้บริจาคด้วยความสมัครใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทน และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2512  ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด“อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ”เพื่อเป็นอาคารที่ทำการงานบริการโลหิตหลังใหม่ จึงถือให้ วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี  เป็นวันคล้ายวันสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

                ตลอดระยะเวลา 56 ปี ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ยังคงมุ่งมั่น และพัฒนางานบริการโลหิตในทุกมิติ โดยยึดหลักการดำเนินงาน ภายใต้ค่านิยมองค์กร “คุณภาพ รับผิดชอบ เอื้ออาทร” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งด้านการแพทย์และสาธารณสุข ภายใต้นโยบาย ให้ผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง (customer center) ได้แก่ ผู้บริจาคโลหิต ผู้ป่วย และโรงพยาบาลที่ต้องการใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล โดยการให้บริการโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิตที่เพียงพอ มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล ที่ผ่านมา มีการพัฒนางานบริการโลหิตด้านต่างๆ มากมาย ทั้งการรณรงค์จัดหาโลหิต ความก้าวหน้าด้านวิชาการและเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ ด้านเวชศาสตร์การบริการโลหิต  

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการรณรงค์จัดหาโลหิต จากจุดเริ่มต้น ในช่วงปีพุทธศักราช 2496         การรับบริจาคโลหิตในระยะแรก กระทำเฉพาะภายในสถานที่เท่านั้น มีผู้บริจาควันละ 6-8 ราย จวบจนปัจจุบัน ในปี 2567 ได้รับโลหิตบริจาคทั่วประเทศ จำนวนมากถึง 2,918,611 ยูนิต  สำหรับก้าวต่อไปในปี 2570  ตั้งเป้าหมายการจัดโลหิต ให้ได้จำนวน 3,310,981 ยูนิต  จึงต้องมีการวางแผนปรับกลยุทธ์การจัดหาโลหิตในทุกมิติ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภายใน และภายนอก จัดโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน  รวมถึงการขยายขีดความสามารถการรับบริจาคโลหิต โดยจัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และในส่วนภูมิภาค         ได้จัดตั้งภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ขึ้นทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการโลหิตแบบครบวงจร และเป็นมาตรฐานเดียวกันกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  ล่าสุดปี 2567 ได้จัดตั้ง“งานบริการโลหิต จังหวัดอุดรธานี” ณ อาคารเหล่ากาชาดอุดรธานี (หลังเดิม) เพื่อให้บริการโลหิตแบบครบวงจรให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดอุดรธานี และโรงพยาบาลในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน  

ด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี ในปี  2567 ประสบความสำเร็จในการพัฒนาการตรวจหาหมู่โลหิตเชิงลึกระดับโมเลกุล เพื่อหาหมู่โลหิตพิเศษ“Rh+ (Asian-type DEL)”หรือหมู่โลหิต“อาร์เอชเดลชนิดเอเชี่ยน”ในผู้บริจาคโลหิตที่มีหมู่โลหิตอาร์เอชลบ (Rh-) หรือโลหิตหมู่พิเศษ ซึ่งพบได้ในกลุ่มคนเอเชียที่มีหมู่โลหิต Rh- ร้อยละ 15ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับโลหิตที่มีความเหมาะสม ลดความเสี่ยง และเพิ่มความปลอดภัยในการรักษามากขึ้น  นอกจากนี้ มีการพัฒนาเทคโนโลยี Pathogen Inactivation ใช้ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลชีพในส่วนประกอบโลหิตชนิด Leukodepleted  pooled platelet concentrates (LDPPC) ทำให้ผู้ป่วยได้รับผลิตภัณฑ์โลหิตที่มีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น และช่วยลดระยะเวลาในการจ่ายผลิตภัณฑ์โลหิต

ด้านการผลิต จากการจัดตั้ง ศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา ขึ้นเป็นแห่งแรกในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตจากบริษัท Green Cross Corporation (GCC) สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งได้รับมาตรฐานในการผลิตระดับชาติ (Korean FDA) และระดับสากลตามมาตรฐาน GMP โดยการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์เป็นไปตามเภสัชตำรับของยุโรป (European Pharmacopeia) ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาและได้รับการรับรองมาตรฐานตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดในปี 2568  ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ร่วมกับ GC BioPharma  บริษัทผลิตยาชีวภาพ สาธารณรัฐเกาหลี ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล  การฝึกอบรมบุคลากร โดยการถ่ายทอดความรู้โดยตรงจาก GC BioPharma เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาคุณภาพ ความปลอดภัย และความต่อเนื่องของการผลิตผลิตภัณฑ์ยาที่ได้จากพลาสมาในประเทศไทย

ในวาระโอกาสครบรอบ 56 ปี แห่งการสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  จัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชนทั่วไป หน่วยงานภาครัฐ  รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ทั่วประเทศ ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย  ส่งผลให้มีโลหิตสำรองคงคลังเพียงพอสำหรับโรงพยาบาลทั่วประเทศ พิเศษ ! สำหรับผู้ที่บริจาคโลหิตครบ 56 ครั้ง ในเดือนตุลาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ รับทันทีเสื้อยืด “56th Anniversary National Blood Centre” เป็นที่ระลึก

สำหรับผู้บริจาคโลหิตครบ 56 ครั้ง ภายในเดือนตุลาคม 2568 ที่บริจาค ณ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 7 แห่ง ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ และหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เฉพาะหน่วยของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จะจัดส่งเสื้อยืดที่ระลึกให้ในภายหลัง ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” และในวาระ 56 ปี แห่งการสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ร้อยดวงใจไทยทั่วหล้า น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราชบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดเดือนตุลาคม 2568

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทย ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  2 มหาราช บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วันที่ 23 ตุลาคม และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม ตลอดเดือนตุลาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย   เปิดเผยว่า ในเดือนตุลาคม มีวันสำคัญของพระมหากษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ 2 พระองค์ คือ “วันปิยมหาราช” 23 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงวางรากฐานและพัฒนาสยามประเทศไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง “สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม” และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2436 นับเป็นจุดเริ่มต้นของ “สภากาชาดไทย”จวบจนปัจจุบัน และ“วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกษัตริย์ผู้เป็นที่รัก เทิดทูน และเป็นศูนย์รวมใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ  ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ทรงสนับสนุนส่งเสริมงานด้านการบริการโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคาร “รังสิตานุสรณ์” เพื่อเป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิต และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2512 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ” เพื่อใช้เป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิตหลังใหม่ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ของทั้ง 2 พระองค์ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ อันเป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์แก่อาณาประชาราษฎร์

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ร่วมแสดงความจงรักภักดี บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ในโครงการ“น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช” พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศกำลังพระวรกายเพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย และร่วมสืบสานพระราชปณิธานการทำความดีเพื่อแผ่นดินไทย ตลอดเดือนตุลาคม 2568 บริจาคโลหิต ได้ที่   

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
  • หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) : สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม บางแค เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ สาขางามวงศ์วาน ท่าพระ บางแค บางกะปิ  ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม  และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง) 
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จ.ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต
  • โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

“กาชาด” จับมือ “ศิษย์เก่าพาณิชย์ฯ มธ.” ชวนผู้ใจบุญ ปันโลหิตให้น้อง ช่วยเด็กป่วยโรคเลือด

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมกับ สมาคมนักศึกษาเก่าพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนผู้ใจบุญเติมเต็มโลหิตคงคลัง บริจาคโลหิตช่วยเด็กป่วยโรคเลือด ในโครงการ “ปันโลหิต ให้น้อง” Give blood for children ตลอดเดือนกันยายน 2568 พร้อมแบ่งปันของเล่น อุปกรณ์เครื่องเขียน สมุดวาดภาพระบายสี ให้เด็กป่วยโรคเลือด ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ พิเศษ ! ผู้บริจาคโลหิตในวันที่ 9 กันยายน 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ฯ จะได้รับเสื้อยืดเป็นที่ระลึก

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย เปิดเผยว่าโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย หากพบว่าพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่    มีโอกาสที่ลูกจะเกิดมาเป็นโรคธาลัสซีเมียได้ ร้อยละ 25  แต่สามารถป้องกันได้โดยการตรวจเลือดคัดกรองก่อนตั้งครรภ์ทั้งสามีและภรรยา เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยลง  ทั้งนี้ โลหิตที่ได้รับบริจาคร้อยละ 23 จะถูกนำไปใช้รักษาผู้ป่วยโรคเลือด อาทิ    โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ ฮีโมฟีเลีย และเกล็ดเลือดต่ำ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย จำเป็นต้องได้รับโลหิตอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำตลอดชีวิต เนื่องจากผู้ป่วยจะมีภาวะโลหิตจาง มีอาการซีด อ่อนเพลีย และเหนื่อยง่าย จำเป็นต้องรับโลหิตครั้งละ 1-2 ยูนิต ทุก 3-4 สัปดาห์ หากไม่ได้รับโลหิตจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ในรายที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรง อาจทำให้หัวใจทำงานหนักจนหัวใจล้มเหลวได้  ต้องได้รับโลหิตในการรักษาอย่างทันท่วงที ส่วนโลหิตบริจาค อีกร้อยละ 77 นำไปใช้รักษาผู้ป่วยสูญเสียโลหิตเฉียบพลันจากอุบัติเหตุ ตกเลือดหลังคลอดบุตร และเลือดออกในทางเดินอาหาร เป็นต้น

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ร่วมกับ สมาคมนักศึกษาเก่าพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดโครงการ “ปันโลหิต ให้น้อง” Give blood for children ชวนผู้ใจบุญร่วมบริจาคโลหิต ช่วยผู้ป่วยเด็กโรคเลือด ตลอดเดือนกันยายน 2568  

  • บริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 7 แห่ง ในกรุงเทพฯ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ  12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช     (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต
  • พิเศษ ! สำหรับผู้บริจาคโลหิต ในวันที่ 9 กันยายน 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จะได้รับเสื้อยืด เป็นที่ระลึก
  • ร่วมบริจาคสิ่งของให้ผู้ป่วยเด็กโรคเลือด อาทิ ของเล่นในสภาพดี อุปกรณ์เครื่องเขียน สีไม้ สมุดภาพระบายสี เป็นต้น ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์ เพื่อส่งต่อให้ผู้ป่วยเด็กโรคเลือดของโรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ