Accessibility Tools

Skip to main content

ผู้เขียน: prnbc

56 ปี ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ก้าวหน้า ก้าวต่อไป ก้าวให้ไกล ด้วยคุณภาพ รับผิดชอบ เอื้ออาทร

                13 ตุลาคม วันคล้ายวันสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ครบรอบ 56 ปี มุ่งมั่นให้บริการโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิตที่เพียงพอ มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล สำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ โดยยึดมั่นค่านิยมองค์กร “คุณภาพ รับผิดชอบ เอื้ออาทร”เพื่อยกระดับพัฒนางานบริการโลหิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชน และหน่วยงานทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ร่วมบริจาคโลหิต  พิเศษ ! ผู้ที่บริจาคโลหิตครบ 56 ครั้ง ในเดือนตุลาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ รับทันทีเสื้อยืด “56th Anniversary National Blood Centre” เป็นที่ระลึก

           รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันที่ 13 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย ซึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นจากการประชุมสันนิบาตกาชาด ครั้งที่ 17 ณ กรุงสต็อกโฮม ประเทศสวีเดน มีมติให้สภากาชาดแต่ละประเทศจัดตั้งงานบริการโลหิตขึ้น ในประเทศไทย ได้จัดตั้งแผนกบริการโลหิตขึ้นในกองวิทยาศาสตร์ สภากาชาดไทย เมื่อปีพุทธศักราช 2495 ซึ่งต่อมาได้ยกระดับเป็น “ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ” โดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2508 เพื่อให้เป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการจัดหาโลหิตจากผู้บริจาคด้วยความสมัครใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทน และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2512  ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด“อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ”เพื่อเป็นอาคารที่ทำการงานบริการโลหิตหลังใหม่ จึงถือให้ วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี  เป็นวันคล้ายวันสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

                ตลอดระยะเวลา 56 ปี ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ยังคงมุ่งมั่น และพัฒนางานบริการโลหิตในทุกมิติ โดยยึดหลักการดำเนินงาน ภายใต้ค่านิยมองค์กร “คุณภาพ รับผิดชอบ เอื้ออาทร” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งด้านการแพทย์และสาธารณสุข ภายใต้นโยบาย ให้ผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง (customer center) ได้แก่ ผู้บริจาคโลหิต ผู้ป่วย และโรงพยาบาลที่ต้องการใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล โดยการให้บริการโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิตที่เพียงพอ มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล ที่ผ่านมา มีการพัฒนางานบริการโลหิตด้านต่างๆ มากมาย ทั้งการรณรงค์จัดหาโลหิต ความก้าวหน้าด้านวิชาการและเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ ด้านเวชศาสตร์การบริการโลหิต  

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการรณรงค์จัดหาโลหิต จากจุดเริ่มต้น ในช่วงปีพุทธศักราช 2496         การรับบริจาคโลหิตในระยะแรก กระทำเฉพาะภายในสถานที่เท่านั้น มีผู้บริจาควันละ 6-8 ราย จวบจนปัจจุบัน ในปี 2567 ได้รับโลหิตบริจาคทั่วประเทศ จำนวนมากถึง 2,918,611 ยูนิต  สำหรับก้าวต่อไปในปี 2570  ตั้งเป้าหมายการจัดโลหิต ให้ได้จำนวน 3,310,981 ยูนิต  จึงต้องมีการวางแผนปรับกลยุทธ์การจัดหาโลหิตในทุกมิติ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภายใน และภายนอก จัดโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน  รวมถึงการขยายขีดความสามารถการรับบริจาคโลหิต โดยจัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และในส่วนภูมิภาค         ได้จัดตั้งภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ขึ้นทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการโลหิตแบบครบวงจร และเป็นมาตรฐานเดียวกันกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  ล่าสุดปี 2567 ได้จัดตั้ง“งานบริการโลหิต จังหวัดอุดรธานี” ณ อาคารเหล่ากาชาดอุดรธานี (หลังเดิม) เพื่อให้บริการโลหิตแบบครบวงจรให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดอุดรธานี และโรงพยาบาลในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน  

ด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี ในปี  2567 ประสบความสำเร็จในการพัฒนาการตรวจหาหมู่โลหิตเชิงลึกระดับโมเลกุล เพื่อหาหมู่โลหิตพิเศษ“Rh+ (Asian-type DEL)”หรือหมู่โลหิต“อาร์เอชเดลชนิดเอเชี่ยน”ในผู้บริจาคโลหิตที่มีหมู่โลหิตอาร์เอชลบ (Rh-) หรือโลหิตหมู่พิเศษ ซึ่งพบได้ในกลุ่มคนเอเชียที่มีหมู่โลหิต Rh- ร้อยละ 15ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับโลหิตที่มีความเหมาะสม ลดความเสี่ยง และเพิ่มความปลอดภัยในการรักษามากขึ้น  นอกจากนี้ มีการพัฒนาเทคโนโลยี Pathogen Inactivation ใช้ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลชีพในส่วนประกอบโลหิตชนิด Leukodepleted  pooled platelet concentrates (LDPPC) ทำให้ผู้ป่วยได้รับผลิตภัณฑ์โลหิตที่มีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น และช่วยลดระยะเวลาในการจ่ายผลิตภัณฑ์โลหิต

ด้านการผลิต จากการจัดตั้ง ศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา ขึ้นเป็นแห่งแรกในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตจากบริษัท Green Cross Corporation (GCC) สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งได้รับมาตรฐานในการผลิตระดับชาติ (Korean FDA) และระดับสากลตามมาตรฐาน GMP โดยการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์เป็นไปตามเภสัชตำรับของยุโรป (European Pharmacopeia) ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาและได้รับการรับรองมาตรฐานตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดในปี 2568  ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ร่วมกับ GC BioPharma  บริษัทผลิตยาชีวภาพ สาธารณรัฐเกาหลี ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล  การฝึกอบรมบุคลากร โดยการถ่ายทอดความรู้โดยตรงจาก GC BioPharma เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาคุณภาพ ความปลอดภัย และความต่อเนื่องของการผลิตผลิตภัณฑ์ยาที่ได้จากพลาสมาในประเทศไทย

ในวาระโอกาสครบรอบ 56 ปี แห่งการสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  จัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชนทั่วไป หน่วยงานภาครัฐ  รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ทั่วประเทศ ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย  ส่งผลให้มีโลหิตสำรองคงคลังเพียงพอสำหรับโรงพยาบาลทั่วประเทศ พิเศษ ! สำหรับผู้ที่บริจาคโลหิตครบ 56 ครั้ง ในเดือนตุลาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ รับทันทีเสื้อยืด “56th Anniversary National Blood Centre” เป็นที่ระลึก

สำหรับผู้บริจาคโลหิตครบ 56 ครั้ง ภายในเดือนตุลาคม 2568 ที่บริจาค ณ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 7 แห่ง ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ และหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เฉพาะหน่วยของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จะจัดส่งเสื้อยืดที่ระลึกให้ในภายหลัง ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” และในวาระ 56 ปี แห่งการสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ร้อยดวงใจไทยทั่วหล้า น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราชบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดเดือนตุลาคม 2568

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทย ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  2 มหาราช บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วันที่ 23 ตุลาคม และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม ตลอดเดือนตุลาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย   เปิดเผยว่า ในเดือนตุลาคม มีวันสำคัญของพระมหากษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ 2 พระองค์ คือ “วันปิยมหาราช” 23 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงวางรากฐานและพัฒนาสยามประเทศไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง “สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม” และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2436 นับเป็นจุดเริ่มต้นของ “สภากาชาดไทย”จวบจนปัจจุบัน และ“วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกษัตริย์ผู้เป็นที่รัก เทิดทูน และเป็นศูนย์รวมใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ  ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ทรงสนับสนุนส่งเสริมงานด้านการบริการโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคาร “รังสิตานุสรณ์” เพื่อเป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิต และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2512 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ” เพื่อใช้เป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิตหลังใหม่ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ของทั้ง 2 พระองค์ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ อันเป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์แก่อาณาประชาราษฎร์

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ร่วมแสดงความจงรักภักดี บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ในโครงการ“น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช” พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศกำลังพระวรกายเพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย และร่วมสืบสานพระราชปณิธานการทำความดีเพื่อแผ่นดินไทย ตลอดเดือนตุลาคม 2568 บริจาคโลหิต ได้ที่   

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
  • หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) : สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม บางแค เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ สาขางามวงศ์วาน ท่าพระ บางแค บางกะปิ  ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม  และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง) 
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จ.ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต
  • โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

“กาชาด” จับมือ “ศิษย์เก่าพาณิชย์ฯ มธ.” ชวนผู้ใจบุญ ปันโลหิตให้น้อง ช่วยเด็กป่วยโรคเลือด

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมกับ สมาคมนักศึกษาเก่าพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนผู้ใจบุญเติมเต็มโลหิตคงคลัง บริจาคโลหิตช่วยเด็กป่วยโรคเลือด ในโครงการ “ปันโลหิต ให้น้อง” Give blood for children ตลอดเดือนกันยายน 2568 พร้อมแบ่งปันของเล่น อุปกรณ์เครื่องเขียน สมุดวาดภาพระบายสี ให้เด็กป่วยโรคเลือด ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ พิเศษ ! ผู้บริจาคโลหิตในวันที่ 9 กันยายน 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ฯ จะได้รับเสื้อยืดเป็นที่ระลึก

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย เปิดเผยว่าโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย หากพบว่าพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่    มีโอกาสที่ลูกจะเกิดมาเป็นโรคธาลัสซีเมียได้ ร้อยละ 25  แต่สามารถป้องกันได้โดยการตรวจเลือดคัดกรองก่อนตั้งครรภ์ทั้งสามีและภรรยา เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยลง  ทั้งนี้ โลหิตที่ได้รับบริจาคร้อยละ 23 จะถูกนำไปใช้รักษาผู้ป่วยโรคเลือด อาทิ    โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ ฮีโมฟีเลีย และเกล็ดเลือดต่ำ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย จำเป็นต้องได้รับโลหิตอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำตลอดชีวิต เนื่องจากผู้ป่วยจะมีภาวะโลหิตจาง มีอาการซีด อ่อนเพลีย และเหนื่อยง่าย จำเป็นต้องรับโลหิตครั้งละ 1-2 ยูนิต ทุก 3-4 สัปดาห์ หากไม่ได้รับโลหิตจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ในรายที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรง อาจทำให้หัวใจทำงานหนักจนหัวใจล้มเหลวได้  ต้องได้รับโลหิตในการรักษาอย่างทันท่วงที ส่วนโลหิตบริจาค อีกร้อยละ 77 นำไปใช้รักษาผู้ป่วยสูญเสียโลหิตเฉียบพลันจากอุบัติเหตุ ตกเลือดหลังคลอดบุตร และเลือดออกในทางเดินอาหาร เป็นต้น

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ร่วมกับ สมาคมนักศึกษาเก่าพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดโครงการ “ปันโลหิต ให้น้อง” Give blood for children ชวนผู้ใจบุญร่วมบริจาคโลหิต ช่วยผู้ป่วยเด็กโรคเลือด ตลอดเดือนกันยายน 2568  

  • บริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 7 แห่ง ในกรุงเทพฯ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ  12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช     (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต
  • พิเศษ ! สำหรับผู้บริจาคโลหิต ในวันที่ 9 กันยายน 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จะได้รับเสื้อยืด เป็นที่ระลึก
  • ร่วมบริจาคสิ่งของให้ผู้ป่วยเด็กโรคเลือด อาทิ ของเล่นในสภาพดี อุปกรณ์เครื่องเขียน สีไม้ สมุดภาพระบายสี เป็นต้น ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์ เพื่อส่งต่อให้ผู้ป่วยเด็กโรคเลือดของโรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

รวมพลังผู้ประสานงานด้านการจัดหาโลหิตทั่วกรุงเทพฯ เสริมสร้างศักยภาพที่เข้มแข็ง มุ่งสู่เป้าหมายจัดหาโลหิตในหน่วยเคลื่อนที่อย่างยั่งยืน

วันที่ 11 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด “การประชุมผู้ประสานงานด้านการจัดหาผู้บริจาคโลหิต ประจำปี 2568” ภายใต้โครงการหลัก “70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568

โดย นางสาวปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ

ในการนี้ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่หน่วยงานที่มีการบริจาคโลหิตสูงสุด และจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตต่อเนื่อง 4 ครั้ง ขึ้นไป ในปี 2567 จำนวนทั้งสิ้น 8 แห่ง แบ่งตามประเภทหน่วยงาน ดังนี้

หน่วยงานประเภทวัด และชุมชน ได้แก่
วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง
จัดหาโลหิตได้ จำนวน 2,778 ยูนิต

หน่วยงานประเภทห้างสรรพสินค้า ได้แก่
ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์
จัดหาโลหิตได้ จำนวน 5,076 ยูนิต

หน่วยงานประเภทบริษัท ได้แก่
บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด
จัดหาโลหิตได้ จำนวน 2,924 ยูนิต

หน่วยงานประเภทธนาคาร ได้แก่
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
จัดหาโลหิตได้ จำนวน 2,909 ยูนิต

หน่วยงานประเภทสถาบันการศึกษา
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
จัดหาโลหิตได้ จำนวน 1,563 ยูนิต

หน่วยงานประเภทราชการ และรัฐวิสาหกิจ
บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (สำนักงานแจ้งวัฒนะ)
จัดหาโลหิตได้ จำนวน 1,272 ยูนิต

หน่วยงานประเภทตำรวจ และทหาร
กองบัญชาการกองทัพไทย
จัดหาโลหิตได้ จำนวน 1,198 ยูนิต

หน่วยงานประเภทโรงพยาบาล
โรงพยาบาลรามคำแหง
จัดหาโลหิตได้ จำนวน 654 ยูนิต

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายการจัดหาโลหิตที่เข้มแข็ง เสริมสร้างศักยภาพให้ผู้ประสานงานด้านการจัดหาผู้บริจาคโลหิต ได้มีความรู้ สร้างความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์ และแสวงหาแนวทางจัดหาโลหิตที่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อเพิ่มจำนวนผู้บริจาคโลหิตในหน่วยเคลื่อนที่ให้ได้ตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน

มีการบรรยายในหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ

เกาะติดสถานการณ์ “เทรนด์การจัดหาโลหิต 2025”
โดย นางสาวพิราภรณ์ ศรศิลป์ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตและสื่อสารองค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ

สร้างคอนเทนต์บริจาคโลหิตอย่างไร ให้โดนใจชาวโซเชียล
บรรยายโดย นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด

โลหิตจาง…ทำอย่างไรถึงบริจาคโลหิตได้
บรรยายโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ปุณวัฒน์ จันทรจำนง Influencer ชื่อดัง หมอด้วง doctorduang

โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา วัด ชุมชน และมูลนิธิต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล กว่า 266 แห่ง จำนวน 540 ราย ณ ห้องประชุม Mayfair Ballroom ชั้น 11 โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

พิธีประทานเหรียญกาชาดสมนาคุณและเข็มที่ระลึก เชิดชูเกียรติผู้บริจาคโลหิต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภก สภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้

  • วันที่ 2 กันยายน 2568 พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี
  • วันที่ 3 กันยายน 2568 พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี

เป็นผู้แทนพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ในการมอบประกาศเกียรติคุณ เหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ 2 และ ชั้นที่ 3 ประจำปี 2564 – 2565
เข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิต ครบ 36 ครั้ง และ 108 ครั้ง ประจำปี 2566 – 2567 ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีฯ ทั้งสิ้น 3,756 ราย ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

“ ขอแสดงความยินดีกับผู้บริจาคโลหิตที่ได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณ และเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิต ครบ 36 ครั้ง และ 108 ครั้ง

“Hope Hero” เพราะทุกคน…คือฮีโร่  บริจาคสเต็มเซลล์ = มอบชีวิตใหม่ผู้ป่วยโรคเลือด วันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เฉลิมฉลองวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก 2568 ภายใต้แนวคิด “Hope Hero” เพราะทุกคน…คือฮีโร่ ชวนร่วมบริจาคโลหิต พร้อมกับลงทะเบียน เป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ เพิ่มโอกาสการรักษาผู้ป่วยโรคเลือด ตลอดเดือนกันยายน 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 8 แห่ง ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ และสงขลา พร้อมรับเสื้อยืด “Hope Hero” เป็นที่ระลึก แทนคำขอบคุณ      

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า จากการที่องค์กร World Marrow Donor Association (WMDA) กำหนดให้วันเสาร์ที่ 3 ของเดือนกันยายน ของทุกปี เป็นวันผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตโลก (World Marrow Donor Day)  เพื่อเป็นวันแห่งการขอบคุณผู้บริจาค และอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือสเต็มเซลล์ พร้อมทั้งเฉลิมฉลองความสำเร็จในการจัดหาอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ ที่มีอยู่ทั่วโลก โดยจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2558 มีมากกว่า 61 ประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม ในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568  ทั้งนี้ ข้อมูลจากองค์กร WMDA  ปัจจุบันทั่วโลก มีอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ จำนวน 42,912,045 ราย และมีผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนรอรับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ จำนวนกว่า 35,000 ราย ต่อปี

ในประเทศไทย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นหน่วยงานเดียวที่ได้รับมอบหมายจากแพทยสภา ให้จัดตั้ง“ธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตแห่งชาติ” มีหน้าที่จัดหาอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่ไม่ใช่ญาติให้กับผู้ป่วย ตั้งแต่ปี 2545 เพื่อเพิ่มโอกาสการรักษาผู้ป่วยโรคเลือดด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ มากขึ้น ในทางการแพทย์แล้วการใช้สเต็มเซลล์เพื่อการรักษาเป็นหนึ่งในทางเลือก และเป็นความหวัง ในการรักษาผู้ป่วยโรคเลือดให้หายขาดจากโรคที่เป็นอยู่ได้ อาทิ ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลิวคีเมีย) มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และไขกระดูกฝ่อ เป็นต้น แต่ผู้บริจาคสเต็มเซลล์ จะต้องมีเนื้อเยื่อ HLA ที่ตรงกัน  กับผู้ป่วย จึงสามารถบริจาคให้ได้ ซึ่งมีโอกาสเพียง 1 ใน 10,000 คน เท่านั้น ปัจจุบัน จึงมีผู้บริจาคโลหิตที่ลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ จำนวน 353,168 ราย แต่มีผู้บริจาคสเต็มเซลล์ให้แก่ผู้ป่วยเป็นผลสำเร็จ จำนวน 714 ราย และยังมีผู้ป่วยรอรับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ อีก 3,447 ราย

เนื่องในวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก ปี 2568 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงได้จัดกิจกรรม ภายใต้แนวคิด “Hope Hero” เพราะทุกคน…คือฮีโร่ ตลอดเดือนกันยายน 2568 เพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริจาคสเต็มเซลล์ และผู้ลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ ในประเทศไทย พร้อมเชิญชวนร่วมบริจาคโลหิต พร้อมกับ ลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ ช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาผู้ป่วยโรคเลือด ตลอดเดือนกันยายน 2568  ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 8 แห่ง ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ และสงขลา โดยผู้ที่บริจาคโลหิต และลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ จะได้รับเสื้อยืด “Hope Hero” เป็นที่ระลึก แทนคำขอบคุณ

สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้น ในวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก 2568 มีดังนี้

  • วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 09.30 – 12.00 น. :โดยจัดให้มีพิธีเปิดงาน วันผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตโลก ประจำปี 2568 (World Marrow Donor Day 2025)  พร้อมชวนรับฟังการถ่ายทอดประสบการณ์การบริจาคสเต็มเซลล์ให้กับผู้ป่วย ของ 2 ฮีโร่ คนไทย ที่มีโอกาสบริจาคสเต็มเซลล์ถึง 2 ครั้ง ให้กับผู้ป่วย 2 ราย ณ บริเวณโถงชั้น 1 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • ชมนิทรรศการ From Heart to Hero คำขอบคุณจากใจผู้ป่วย ถึงผู้บริจาคสเต็มเซลล์ ระหว่างวันที่ 15 – 20 กันยายน 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

กิจกรรมสร้างกระแสผ่านทาง Social Media  ตลอดเดือนกันยายน 2568: เชิญชวนโพสต์ภาพถ่ายตนเอง พร้อมแคปชัน สร้างแรงบันดาลใจ มอบความหวังให้กับผู้ป่วย ผ่าน Facebook ส่วนตัว ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ติดแฮ็ชแท็ก #WMDD2025 #hopehero 20 ข้อความโดนใจ จะได้รับ“ตุ๊กตาปันปัน หรือ อิ่มเอม” เป็นที่ระลึก

รวมพลังแห่งการให้ ชวนหญิงไทย ให้โลหิตในวันสตรี

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนผู้หญิงเก่ง-กล้าทั่วประเทศ บริจาคโลหิตเนื่องในสัปดาห์วันสตรีไทย ระหว่างวันที่ 1 – 7 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า วันสตรีไทย ตรงกับวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้วันที่ 1 สิงหาคม เป็นวันสตรีไทย เพื่อให้ผู้หญิงไทยได้มีโอกาสแสดงความรู้ความสามารถ ในการพัฒนาประเทศได้เทียบเท่า กับสตรีสากล ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าสตรีไทย มีความสามารถทัดเทียมกับสุภาพบุรุษในหลายบทบาท จนเป็นที่ยอมรับในสังคม

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้จัดทำ โครงการ “ผู้หญิงเก่ง กล้าบริจาคโลหิตสัปดาห์วันสตรีไทย” ระหว่างวันที่ 1 – 7 สิงหาคม 2567 ส่งเสริมบทบาทแห่งการให้ เชิญชวนสตรีไทยที่มีสุขภาพดี และสตรีจากหน่วยงานของภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ ทั่วประเทศ รวมพลังบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย เพื่อสำรองโลหิตคงคลังให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับใช้ในกรณีเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที บริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ

รวมพล (ครอบครัว) โลหิตหมู่พิเศษ Rh- สานสัมพันธ์คนพิเศษ หัวใจเดียวกัน

วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. นางสิณีนาฏ อุทา ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการบริการโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “รวมพล (ครอบครัว) โลหิตหมู่พิเศษ Rh- negative ประจำปี 2568” ตอน หัวใจเดียวกัน เพื่อให้สมาชิกผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ได้มีโอกาสรวมตัว พบปะ ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และตระหนักถึงความสำคัญของโลหิตหมู่พิเศษ ซึ่งพบได้น้อยมากในคนไทย มีเพียงร้อยละ 0.3 หรือ 1,000 คน จะพบเพียง 3 คนเท่านั้น

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้

“ทำความรู้จักกับหมู่โลหิต Rh+(Asian-type DEL)” โดย ดร.ใจรัก ทองบุศย์ นักเทคนิคการแพทย์ ฝ่ายตรวจคัดกรองโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ

“สุขภาพดีไปกับหมอวรพล” : ใช้ชีวิตอย่างไรให้ห่างไกล Office Syndrome โดย พ.ต.ท.นพ.วรพล เจริญพร แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ ศัลยกรรมทางมือและจุลศัลยกรรม และเวชศาสตร์ป้องกัน และอินฟลูเอนเซอร์ TikTok ช่อง dr.punch

โดยมี คุณนิจวรา อินชู Miss Wellness Thailand 2025 ผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ กรุ๊ป A- เป็นผู้ดำเนินรายการ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการความรู้โลหิตหมู่พิเศษ (Rh-) เกมสนุกลุ้นรับรางวัล และการจับสลากมอบของที่ระลึกให้แก่ผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ โดยมีผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษและครอบครัวเข้าร่วมงาน จำนวน 147 ราย ณ ห้องจุมภฏ 1- 3 ชั้น 9 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

เชิญชวนชาวพุทธ ทำบุญบริจาคโลหิตวันพระใหญ่ อาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนชาวพุทธบำเพ็ญบุญ สร้างกุศลบารมี บริจาคโลหิต วันพระใหญ่ “อาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา” ระหว่างวันที่ 9 – 11 กรกฎาคม 2568 อันเป็นกุศลกรรมที่ยิ่งใหญ่ คือการให้ชีวิตเพื่อนมนุษย์ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 7 แห่ง ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 และวันเข้าพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถือเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา นอกจากพุทธศาสนิกชนชาวไทย จะได้ถือโอกาสบำเพ็ญกุศล ด้วยการทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ปฏิบัติธรรมรักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา งดเว้นการทำบาปทั้งปวง เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว แล้ว การทำบุญด้วยการบริจาคโลหิต ถือได้ว่าเป็นกุศลกรรมที่ยิ่งใหญ่ คือ การให้ชีวิตแก่เพื่อนมนุษย์ ด้วยการสละโลหิตในร่างกายของตนเอง เพื่อมอบชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ที่เจ็บป่วย โดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน นำมาซึ่งความสุข และความเจริญทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้จัดโครงการ“บำเพ็ญบุญ สร้างกุศลบารมี บริจาคโลหิต เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา” ระหว่างวันที่ 9-11 กรกฎาคม 2568 เพื่อเชิญชวนพุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญ ร่วมบริจาคโลหิตสำรองคงคลังให้เพียงพอกับความต้องการของโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ สามารถบริจาคโลหิตได้เป็นประจำทุก 3 เดือน

บริจาคโลหิต ได้ที่

• ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย  

• หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Stations) 7 แห่ง ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค)      เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์  สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม                   และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)

• ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต • โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

จิตอาสา ทาความดี บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรทั่วประเทศ ร่วมเป็นจิตอาสา ทาความดีบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจาที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อานวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรา ลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ด้วยทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่น ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการบาบัดทุกข์ บารุงสุข แก่อาณาประชาราษฎร์ ในด้านภารกิจ ของสภากาชาดไทย ทรงดารงตาแหน่งพระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย ทรงสนับสนุนงานบริการโลหิต โดยเสด็จพระราชดาเนินไปพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิต นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ในการนี้ ทรงมีพระราชดารัสเนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดาเนินไปพระราชทานเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิต ครั้งที่ 6 เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2518 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ใจความว่า “โลหิตเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงรักษาชีวิตให้ดารงอยู่ นับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งชีวิต การบริจาคโลหิต จึงเทียบได้กับการบริจาคชีวิตเป็นทาน ซึ่งเป็นทานที่สูง ควรแก่การยกย่องสรรเสริญอย่างยิ่ง”
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงขอเชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ร่วมบริจาคโลหิต ในโครงการ“จิตอาสา ทาความดี บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568” ตลอดเดือนกรกฎาคม 2568

บริจาคโลหิต ได้ที่

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย • หน่วยรับบริจาคโลหิตประจาที่ (Fixed Stations) 7 แห่ง ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต
  • โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

รวมพล (ครอบครัว) โลหิตหมู่พิเศษ Rh- สานสัมพันธ์คนพิเศษ หัวใจเดียวกัน

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ชวนผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ (Rh-negative) พร้อมครอบครัว ร่วมทำความรู้จัก สานสัมพันธ์กับคนพิเศษ ที่มีหัวใจเดียวกัน ในงาน“รวมพล (ครอบครัว) โลหิตหมู่พิเศษ Rh- negative ประจำปี 2568” ตอน หัวใจเดียวกัน ในวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องจุมภฏ 1- 3 ชั้น 9 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์ (สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ลงทะเบียนเท่านั้น )

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า โลหิตหมู่พิเศษ หรือ อาร์เอชลบ (Rh-negative) พบน้อยมากในคนไทย มีเพียงร้อยละ 0.3 หรือ 1,000 คน จะพบเพียง 3 คนเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นหมู่โลหิตอาร์เอชบวก (Rh-positive) ร้อยละ 99.7 หากผู้ป่วยที่มีหมู่โลหิต Rh-negative มีความจำเป็นที่ต้องใช้โลหิตในการรักษา จะต้องได้รับหมู่โลหิต Rh-negative ด้วยกันเท่านั้น จึงมักประสบกับปัญหาโลหิตหมู่พิเศษไม่เพียงพอ และไม่ทันต่อความต้องการของผู้ป่วย

จากสถิติการบริจาคโลหิต ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ พบว่าในปี 2567 มีประชากรบริจาคโลหิตเพียง 1.65 ล้านคน จาก 66 ล้านคน เป็นผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ จำนวน 6,419 คน และเป็นผู้ที่บริจาคโลหิตเป็นประจำ จำนวน 2,595 คน เท่านั้น และมีความถี่ในการบริจาคโลหิต ดังนี้

ความถี่จำนวนผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ (คน)ร้อยละ
ผู้บริจาคโลหิต ปีละ 1 ครั้ง1,084  41.77
ผู้บริจาคโลหิต ปีละ 2 ครั้ง  604   23.28
ผู้บริจาคโลหิต ปีละ 3 ครั้ง 462  17.80
ผู้บริจาคโลหิต มากกว่าปีละ 4 ครั้ง 445  17.15
รวม                  2,595  100

จากจำนวนโลหิตหมู่พิเศษที่พบได้ในจำนวนน้อย และมีความสำคัญยิ่งในการรักษาสำหรับผู้ที่มีหมู่โลหิตพิเศษด้วยกัน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงได้จัดตั้ง ชมรมผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ (Rh negative Club) ขึ้น เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2532 และได้ริเริ่มการจัดงาน “รวมพล (ครอบครัว) โลหิตหมู่พิเศษ Rh-negative” เพื่อให้สมาชิกผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ได้มีโอกาสรวมตัว พบปะ ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน สร้างความสัมพันธ์อันดีในกลุ่มสมาชิก ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกัน อีกทั้ง ได้รับความรู้เกี่ยวกับโลหิตหมู่พิเศษ ปลูกฝังแนวความคิดให้มาบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือน ซึ่งจะทำให้มีโลหิตสำรองเพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ

ในปี 2568 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงได้จัดงาน “รวมพล (ครอบครัว) โลหิตหมู่พิเศษ Rh- ประจำปี 2568 ตอน “หัวใจเดียวกัน” ในวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องจุมภฏ 1- 3 ชั้น 9 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย (สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ – 10 กรกฎาคม 2568)

กิจกรรมภายในงานพบกับ :

  • หัวข้อเสวนา “ทำความรู้จักกับหมู่โลหิต Rh+(Asian-type DEL)” โดย ดร. ใจรัก ทองบุศย์ นักเทคนิคการแพทย์ ฝ่ายตรวจคัดกรองโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  
  • “สุขภาพดีไปกับหมอวรพล” โดย พ.ต.ท.นพ.วรพล เจริญพร แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ ศัลยกรรมทางมือและจุลศัลยกรรม และเวชศาสตร์ป้องกัน  และอินฟลูเอนเซอร์ TikTok ช่อง dr.punch
  • กิจกรรมสนุก ลุ้นรับของรางวัลพิเศษอีกมากมาย

พิเศษ : ผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ ที่บริจาคโลหิตหรือส่วนประกอบโลหิต ครบ 3 ครั้งขึ้นไป ภายในปี 2568 จะได้รับสิทธิเข้ารับการตรวจมะเร็งตับเบื้องต้น AFP และการตรวจมะเร็งลำไส้เบื้องต้น CEA โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์  สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1770, 1771

จิตอาสา บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ตลอดเดือนมิถุนายน 2568

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนชาวไทยร่วมแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริจาคโลหิตในโครงการ “รวมใจภักดิ์ บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ พระบรมราชินี พระชนมพรรษา 47 พรรษา” ตลอดเดือนมิถุนายน 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

          รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมพรรษา 47 พรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้จัดกิจกรรมเพื่อเชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ร่วมแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทำความดี บริจาคโลหิตในโครงการ “จิตอาสา บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา 3 มิถุนายน 2568” ตลอดเดือนมิถุนายน 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมการบริจาคโลหิตโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้มีโลหิตเพียงพอ และมีความปลอดภัยสูงสุด แก่ผู้ป่วยทั่วประเทศ  

ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2521ทรงได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระราชินีสุทิดา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ต่อมาในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทั้งนี้ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสมอมา ในการพระราชพิธีสำคัญต่างๆ พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าฯ พระราชกรณียกิจนานัปการทั้งด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การต่างประเทศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร โอกาสนี้ จึงขอเชิญประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ และหน่วยงานทุกภาคส่วน ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดเดือนมิถุนายน 2568

บริจาคโลหิต ได้ที่

• ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย   

• หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Stations) 7 แห่ง ได้แก่
สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค)
เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์  สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ
ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม
และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)

• ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่
จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี
นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต

• โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ

แล้งนี้ ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิตปีใหม่ไทยต่อลมหายใจผู้ป่วย

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนคนไทย ร่วมทำบุญบริจาคโลหิตต้อนรับปีใหม่ไทย ในโครงการ “แล้งนี้ ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” ระหว่างวันที่ 8 – 16 เมษายน 2568 เตรียมความพร้อมสำรองโลหิตรับมือหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ บริจาคโลหิต ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต 8 แห่งในกรุงเทพมหานคร รับเสื้อยืด “Give Blood Save Life” เป็นที่ระลึกแทนคำขอบคุณ   

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ                    สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย ประชาชนส่วนใหญ่ เดินทางกลับภูมิลำเนา และร่วมกิจกรรมตามประเพณีกับครอบครัว ส่งผลให้การบริจาคโลหิตลดน้อยลง                แต่ความต้องการใช้โลหิตในการรักษาพยาบาลในช่วงเทศกาลสงกรานต์กลับสูงขึ้น และมากกว่าช่วงปกติถึงร้อยละ 30 เนื่องจากมีอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นจำนวนมาก สอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2567 พบว่า อุบัติเหตุสะสมที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 11 – 14 เมษายน 2567 จำนวน 2,044 ครั้ง บาดเจ็บ 2,060 ราย และเสียชีวิต 287 ราย เป็นที่มาของความต้องการโลหิตอย่างเร่งด่วนและจำนวนมาก โรงพยาบาลต่างๆ จึงต้องเตรียมแผนการสำรองโลหิต เพื่อให้สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต ในโครงการ “แล้งนี้ ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” ระหว่างวันที่ 8 – 16 เมษายน 2567 พิเศษ สำหรับผู้บริจาคโลหิตในโครงการฯ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ในกรุงเทพฯ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต 7 แห่งในกรุงเทพมหานคร จะได้รับเสื้อยืด “Give Blood Save Life” แทนคำขอบคุณ นอกจากนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมสรงน้ำพระ เพื่อความเป็นสิริมงคล และสืบสานประเพณีไทยตลอดทั้ง 9 วัน ในช่วงระยะเวลาของโครงการฯ

บริจาคโลหิตในโครงการ ฯ ได้ที่ :

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
  • หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 7 แห่ง ในกรุงเทพฯ ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน และสาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต    

โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต 7 แห่งในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฏเกล้า โรงพยาบาล ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ คณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

แบรนด์ซุปไก่สกัด ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเวทีแข่งขันสุดยิ่งใหญ่แห่งปี“แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2568: Tech for Life Challenge”

เชิญชวนนิสิตนักศึกษาร่วมส่งไอเดียสร้างสรรค์สื่อดิจิทัล ปลูกจิตสำนึกการเป็นผู้ให้ผ่านการ “บริจาคโลหิต”
ชิงทุนการศึกษารวม 100,000 บาท พร้อมโล่พระราชทานฯ โดยสมัครและส่งผลงานได้ตั้งแต่ 9 เม.ย. – 20 พ.ค. 68

บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์ “แบรนด์” ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม “แบรนด์…  พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2568: Tech for Life Challenge” เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีของโครงการ “BRAND’S Young Blood” โดยเชิญชวนนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศส่งไอเดียสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลเพื่อกระตุ้นการบริจาคโลหิต ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวม 100,000 บาท พร้อมโล่พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัดดื่มฟรีตลอด 1 ปี โดยเปิดรับสมัคร ระหว่างวันที่ 9 เมษายน – 20 พฤษภาคม 2568 พร้อมจัดกิจกรรมรณรงค์บริจาคโลหิตต่อเนื่องตลอดปี

นางมธุวลี สถิตยุทธการ รองประธานบริหารฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการตอบแทนกลับคืนสู่สังคม (Giving Back to Society) จึงดำเนินโครงการ ‘แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’ (BRAND’S Young Blood) ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 25 ปี ของการดำเนินโครงการฯ เราจึงยกระดับกิจกรรมภายใต้โครงการฯ ขึ้น เพื่อเพิ่มพูนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่สร้างให้กับสังคมไทยและส่งเสริมการบริจาคโลหิตอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดการแข่งขันใหญ่แห่งปี การแข่งขันประกวดไอเดียสุดสร้างสรรค์ในชื่อ แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต : Tech for Life Challenge’ เวทีที่เปิดโอกาสให้กลุ่มนิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ส่งผลงานที่สร้างสรรค์ผ่านการออกแบบสื่อดิจิทัลในรูปแบบแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวม 100,000 บาท พร้อมโล่พระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  ซึ่งไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันในปีนี้ คือ การนำเสนอรูปแบบโจทย์ที่มีความแปลกใหม่และท้าทาย เข้ากับยุคดิจิทัล รวมถึงเพิ่มมูลค่ารางวัลทุนการศึกษาสำหรับทีมผู้ชนะอีกด้วย

ทั้งนี้ นอกจากการจัดแข่งขัน ‘แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต : Tech for Life Challenge’ แล้ว ยังมีกิจกรรมรณรงค์ อีกหลากหลายรูปแบบที่เราเตรียมจัดขึ้นตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น งาน WORLD BLOOD DAY กิจกรรมอบรมให้ความรู้และเชิญชวนบริจาคโลหิตในวันผู้บริจาคโลหิตโลก กิจกรรม Roadshow ออกหน่วยรับบริจาคโลหิต กิจกรรมรณรงค์บริจาคโลหิตในสถาบันการศึกษา ภายใต้โครงการ “BRAND’S Young Blood 2025” เพื่อให้ความรู้ด้านการเตรียมพร้อมก่อนการบริจาคโลหิตและสร้างจิตสำนึกของการเป็นผู้ให้ และส่งเสริมการบริจาคโลหิตในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้ายอดการบริจาคโลหิตภายใต้โครงการฯ ปี 2568 จำนวน 125,000 ยูนิต โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษา เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีช่วงระยะเวลาการบริจาคโลหิตได้ยาวนาน นำไปสู่การร่วมเป็นพลังเลือดใหม่ ที่สามารถร่วมบริจาคโลหิตกับโครงการฯ ได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต”

สำหรับกิจกรรม “แบรนด์…พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต : Tech for Life Challenge” เปิดโอกาสให้นิสิตและนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปี จากทุกสถาบันทั่วประเทศสามารถเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านการสมัครและส่งผลงานการออกแบบเทคโนโลยี สื่อดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการบริจาคโลหิต ภายใต้โจทย์ “เทคโนโลยีจะช่วยดึงดูดและอำนวยความสะดวกให้เยาวชนไทยมาบริจาคโลหิตมากขึ้นได้อย่างไร?” โดยมีเกณฑ์ในการประกวด ดังนี้

เกณฑ์การประกวด

  • ร่วมแข่งขันเป็นทีม ทีมละ 3-5 คน
  • ส่งแนวคิดการออกแบบ แอพพลิเคชัน หรือ เว็บไซต์ ในรูปแบบไฟล์ PDF ของ PowerPoint presentation ไม่เกิน 5 หน้า (ไม่รวมหน้าปกและอ้างอิง)
  • ผลงานที่ใช้นำเสนอในรอบสุดท้ายจะต้องเป็น high-fidelity prototype ของแอพพลิเคชัน หรือ เว็บไซต์ที่สามารถจำลอง
    การใช้งานจริงได้
  • ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน ถึง 20 พฤษภาคม 2568

รางวัลสำหรับผู้ชนะ

  • รางวัลชนะเลิศ: โล่พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ  สยามบรมราชกุมารี พร้อมเกียรติบัตร และทุนการศึกษา 50,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1: เกียรติบัตรและทุนการศึกษา 30,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2: เกียรติบัตรและทุนการศึกษา 20,000 บาท
  • ทุกทีมที่ได้รับรางวัลจะได้รับผลิตภัณฑ์ “แบรนด์ซุปไก่สกัด” ดื่มฟรีตลอด 1 ปี

สมัครได้แล้ววันนี้! นิสิตและนักศึกษาที่สนใจสามารถกรอกใบสมัครได้ที่ https://forms.gle/9aa2Br2rdBLhBeKp7 หรือสแกน QR Code บนสื่อประชาสัมพันธ์โครงการ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีคำถามเกี่ยวกับการแข่งขัน สามารถลงทะเบียน                             เข้าร่วมกิจกรรม Online Open House & Workshops ได้ที่ https://forms.gle/TAJBbBPz4sELoLmK8 ระหว่างวันที่ 9 เมษายน – 20 พฤษภาคม 2568

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้ประสานงาน: วิชิตา โพธิปราสาท 099-346- 9154 (email: [email protected])  มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการบริจาคโลหิตอย่างยั่งยืน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยทั่วประเทศ

70 พรรษา 70 ล้านซีซี  

ร่วมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนชาวไทยร่วมแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทำความดีบริจาคโลหิตในโครงการ “บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา กรมสมเด็จพระเทพฯ” องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการ สภากาชาดไทย ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 ผู้บริจาคโลหิตครบ 2 ครั้ง ในปี 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) หน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ โรงพยาบาลของกองทัพบกทั่วประเทศจะได้รับ “พระผงหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต” เป็นที่ระลึก  

 รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า วันที่ 2 เมษายน เป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงขอเชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ร่วมแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทำความดีบริจาคโลหิตในโครงการ “บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา กรมสมเด็จพระเทพฯ” ตลอดเดือนเมษายน 2568 พร้อมรณรงค์ประชาชนทั่วประเทศ บริจาคโลหิตทุก 3 เดือน อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดภาวะโลหิตขาดแคลน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ทรงสนพระราชหฤทัย และให้ความสำคัญกับภารกิจด้านการบริการโลหิตเป็นอย่างมาก เพราะโลหิตเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตมนุษย์ซึ่งจะต้องได้มาจากผู้บริจาคโลหิตโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ทรงสนับสนุนการพัฒนางานบริการโลหิต ให้เป็นมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ ตลอดจนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิต แก่ผู้บริจาคโลหิตครบตามที่สภากาชาดไทยกำหนด ซึ่งสร้างแรงจูงใจ ความปีติยินดี และความภาคภูมิใจแก่ผู้บริจาคโลหิตเป็นอย่างยิ่ง ทำให้มีผู้ประสงค์จะบริจาคโลหิต อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนเพิ่มมากขึ้นทุกปี

เนื่องในปีแห่งมหามงคล ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมกับ กองทัพบก และวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดทำโครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” ผู้ทรงเป็นอุปนายิกา ผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทูลกระหม่อมอาจารย์ของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และองค์พระราชูปถัมภ์ ของโรงเรียนวัดปทุมวนาราม เชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ  ร่วมแสดงความจงรักภักดี บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลในโครงการฯ ตลอดปี 2568 ผู้บริจาคโลหิต ครบ 2 ครั้ง ในปี 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) หน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ โรงพยาบาลของกองทัพบกทั่วประเทศจะได้รับ “พระผงหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต” เป็นที่ระลึก

ทั้งนี้ พระผงหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้ผ่านพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร โดยพระพรหมวชิรเวที เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานฝ่ายสงฆ์ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา หลวงปู่มั่นหรือพระครูวินัยธรมั่น ภูริทตฺโต ถือเป็นพระอาจารย์ใหญ่ของธรรมยุตินิกาย หรือสายกรรมฐานพระป่า ท่านปฏิบัติตนตามแนวทางคำสอนของพระวินัยสงฆ์ และยึดถือธุดงควัตร เป็นข้อวัตรปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตไว้ให้พระภิกษุถือปฏิบัติ แต่ไม่มีการบังคับ แล้วแต่ผู้ใดจะสมัครใจสมาทานนำไปปฏิบัติ จะช่วยกำจัด ขัดเกลากิเลสภายในจิตใจ ให้เป็นผู้มีความมักน้อย ความสันโดษ ความสงัด ความไม่สั่งสมกิเลส การปรารภความเพียร และความเป็นผู้เลี้ยงง่าย แนวคำสอนของท่านเป็นที่รู้จักดีในนาม “คำสอนพระป่า สายพระอาจารย์มั่น” ในฐานะที่ท่านเป็นพระมหาเถระที่คนไทยทั้งประเทศเคารพนับถือ จนปรากฏเด่นชัด จึงได้รับการประกาศจากยูเนสโก ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ในปี 2563-2564