ผู้เขียน: colorpack
การบริจาคเม็ดเลือดแดง

การบริจาคเม็ดเลือดแดง (Single Donor Red Cells)
เม็ดเลือดแดง (Red blood Cells) เป็นส่วนประกอบชนิดหนึ่งของเลือด มีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ผู้ป่วยที่ต้องใช้เม็ดเลือดแดงชนิด Single Donor Red Cells ในการรักษา ได้แก่
-
ผู้ป่วยโรคเลือดที่ต้องได้รับเลือดประจำ เช่น ธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ เป็นต้น
-
ผู้ป่วยที่เป็นหมู่เลือดพิเศษหรือหายาก
-
ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้เลือดรุนแรง (Anaphylaxis)

คุณสมบัติผู้บริจาคเม็ดเลือดแดง
-
อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 60 ปี (บริจาคเม็ดเลือดแดงครั้งแรก อายุไม่เกิน 50 ปีและต้องบริจาคโลหิตรวมที่ศูนย์บริการโลหิตฯ มารวมอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 1 ปี) -
ผู้บริจาคชาย น้ำหนักเท่ากับหรือมากกว่า 59 กิโลกรัม ส่วนสูงมากกว่า 155 เซนติเมตร -
ผู้บริจาคหญิง น้ำหนักเท่ากับหรือมากกว่า 68 กิโลกรัม ส่วนสูงมากกว่า 165 เซนติเมตร -
มีเส้นเลือดที่ข้อพับแขนมองเห็นชัดเจน -
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงก่อนมาบริจาค เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ เป็นต้น -
มีค่าความเข้มข้นโลหิต Hct มากกว่า 40 % และ Hemoglobin มากกว่า 14.0 g/dl -
มีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต
การบริจาคเม็ดเลือดแดง
บริจาคด้วยเครื่องแยกส่วนประกอบโลหิตอัตโนมัติ (Blood Cell Separator) จะแยกเก็บ เฉพาะเม็ดเลือดแดงไว้ โดยคืนส่วนอื่นกลับสู่ร่างกาย และชดเชยเลือดที่บริจาคด้วยน้ำเกลือ 400 มิลลิลิตรให้แก่ผู้บริจาค ใช้เวลาประมาณ 45 นาที บริจาคได้ทุก 4 เดือน
วัน/เวลาทำการห้องบริจาคเม็ดเลือดแดง
-
วันจันทร์ พุธ ศุกร์
(ไม่ปิดพักกลางวัน)
เวลา 08.30-19.30 น.
(ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือด เวลา 17.30 น. ) -
วันอังคาร พฤหัสบดี
(ไม่ปิดพักกลางวัน)
เวลา 07.30-19.30 น.
(ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือด เวลา 17.30 น. ) -
วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์
(ไม่ปิดพักกลางวัน)
เวลา 08.30-15.30 น.
(ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือด เวลา 14.00 น.)
นัดหมายการบริจาคเกล็ดเลือด หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2-263-9600 -99 ต่อ 1143,1144
การบริจาคเกล็ดเลือด

การบริจาคเกล็ดเลือด (Single Donor Platelets)
เกล็ดเลือด (platelet) คือส่วนประกอบของเลือดชนิดหนึ่งซึ่งมีความสำคัญมาก มีหน้าที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด และอุดรอยฉีกขาดของหลอดเลือด ปริมาณเกล็ดเลือดในคนทั่วไปมีค่าประมาณ 150,000 – 450,000 ตัวต่อปริมาณเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร (150,000 – 450,000/mm3) ผู้ป่วยที่มีปริมาณเกล็ดเลือดต่ำ อาจทำให้มีเลือดออกซึ่งรุนแรงถึงชีวิตได้ จึงจำเป็นต้องได้รับเกล็ดเลือด (platelet transfusion) เพื่อป้องกันภาวะดังกล่าว จึงมีการให้เกล็ดเลือดในผู้ป่วยที่มีเลือดออกจากภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือทำงานผิดปกติ หรือผู้ป่วยที่ไขกระดูกสร้างเกล็ดเลือดได้น้อย (เช่น โรคไขกระดูกฝ่อ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคตับ) หรือผู้ป่วยที่สูญเสียเกล็ดเลือดจำนวนมาก (เช่น โรคไข้เลือดออก การผ่าตัดใหญ่ การตกเลือดหลังคลอดบุตร เลือดออกจากอุบัติเหตุ เป็นต้น)

คุณสมบัติผู้บริจาคเกล็ดเลือด
-
เพศชาย
เนื่องจากผู้บริจาคเพศหญิงอาจทำให้มีอุบัติการณ์แทรกซ้อน ในผู้ป่วยที่มีสาเหตุจาก แอนติบอดี้ต่อเม็ดเลือดขาว มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวเป็นมาตรฐานสากลในการบริจาคเกล็ดเลือดรายเดียวด้วยวิธี Plateletpheresis -
มีสุขภาพแข็งแรง
ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต -
อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 60 ปี
บริจาคเกล็ดเลือดครั้งแรก อายุไม่เกิน 50 ปีและต้องบริจาคโลหิตรวมที่ศูนย์บริการโลหิตฯ มารวมอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 1 ปี -
น้ำหนัก
อย่างน้อย 50 กิโลกรัม -
ปริมาณเกล็ดเลือด
มีปริมาณเกล็ดเลือดก่อนบริจาค ไม่น้อยกว่า 150,000/ไมโครลิตร และหลังบริจาคต้องมีปริมาณเกล็ดเลือด ไม่น้อยกว่า 100,000/ไมโครลิตร (ผู้บริจาคจะได้รับตรวจ CBC* ซึ่งเป็นการตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ก่อนการบริจาค) -
เส้นเลือด
มีเส้นเลือดที่ข้อพับแขน มองเห็นชัดเจน -
อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
ไม่กินยาแก้ปวดแอสไพริน ยาแก้ปวดข้อและ ยาที่อยู่ในกลุ่ม NSAIDs อย่างน้อย 48 ชั่วโมง -
อย่างน้อย 72 ชั่วโมง
หยุดรับประทานขมิ้นชันหรือน้ำมันปลา อย่างน้อย 72 ชั่วโมง ก่อนมาบริจาค เนื่องจากอาจมีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด
วิธีการบริจาค
การบริจาคเกล็ดเลือด (Single Donor Platelets) สามารถบริจาคได้ทุกเดือน โดยรับบริจาคด้วยเครื่องแยกส่วนประกอบโลหิตอัตโนมัติ (Blood Cell Separator) เครื่องจะแยกเกล็ดเลือดเก็บและคืนส่วนอื่นกลับสู่ร่างกาย ใช้เวลาในการบริจาคแต่ละครั้งประมาณ 1-2 ชั่วโมง
วัน/เวลาทำการห้องบริจาคเกล็ดเลือด
-
วันจันทร์ พุธ ศุกร์
(ไม่ปิดพักกลางวัน)
เวลา 08.30-19.30 น.
(ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือด เวลา 17.30 น. ) -
วันอังคาร พฤหัสบดี
(ไม่ปิดพักกลางวัน)
เวลา 07.30-19.30 น.
(ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือด เวลา 17.30 น. ) -
วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์
(ไม่ปิดพักกลางวัน)
เวลา 08.30-15.30 น.
(ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือด เวลา 14.00 น.)
นัดหมายการบริจาคเกล็ดเลือด หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2-263-9600 -99 ต่อ 1143,1144
การบริจาคพลาสมา

การบริจาคพลาสมา (Single Donor Plasma)
พลาสมาหรือน้ำเหลืองนั้นเป็นส่วนของประกอบของเลือดที่ได้หลังจากแยกส่วนของเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดออกไป ในพลาสมาจะประกอบไปด้วยสารโปรตีน ได้แก่ อัลบูมิน โกลบูลิน อิมมูโนโกลบูลิน สารที่ทำให้เลือดแข็งตัว มีหน้าที่สำคัญในการรักษาปริมาณน้ำภายในหลอดเลือด ต่อต้านเชื้อโรคและช่วยในการแข็งตัวของเลือด สามารถนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยา ได้แก่
-
1. ไอวีไอจี IVIG (Intravenous Immune Globulin)
โรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคทางระบบประสาทที่มีสาเหตุจากความผิดปกติ ของภูมิคุ้มกัน
-
2. อัลบูมิน (Albumin)
โรคเรื้อรังที่มีภาวะขาดสารอัลบูมินในกระแสเลือด เช่น โรคไต โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งที่มีความ ล้มเหลวของระบบอวัยวะ
-
3. เซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี และเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
คุณสมบัติผู้บริจาคพลาสมา

-

อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 60 ปี (บริจาคเกล็ดเลือดครั้งแรก อายุไม่เกิน 50 ปีและต้องบริจาคโลหิตรวมที่ศูนย์บริการโลหิตฯ มารวมอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 1 ปี)
-

น้ำหนักอย่างน้อย 50 กิโลกรัม
-

เส้นเลือดที่ข้อพับแขนมองเห็นชัดเจน
-

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงก่อนมาบริจาค เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ เป็นต้น
-

มีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต
-

สำหรับผู้บริจาคโลหิตโครงการบริจาคพลาสมาทำเซรุ่มไวรัสตับอักเสบบี และเซรุ่มพิษสุนัขบ้า
-
โครงการบริจาคพลาสมาทำเซรุ่มไวรัสตับอักเสบบี เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเจาะเลือดประมาณ 6 mL ส่งงานห้องปฏิบัติการเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดเพื่อตรวจ Anti-HBsAg ว่ามีหรือไม่ เมื่อทราบผลทำการคัดแยกเข้าโครงการ ในกรณีที่ผลการตรวจ Anti-HBsAg เป็นบวก (มากกว่าหรือเท่ากับ 5 IU/mL) ให้เข้าโครงการเซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (Human Hepatitis-B Immunoglobulin HBIG) และทำบัตรนัดฉีดยา โดยนัดฉีดยาเดือนละ 1 เข็ม เป็นเวลา 3 เดือน ติดต่อกันพร้อมทั้งเจาะโลหิตตรวจหาระดับ Anti-HBsAg ก่อนฉีดยาเข็มที่ 2 และเข็มที่ 3 ผลภูมิหลังฉีดยาครบ 3 เข็มต้องมากกว่า 10 IU/mL เมื่อฉีดยาเข็มที่ 3 ครบแล้ว 2 สัปดาห์ เริ่มบริจาคพลาสมาได้และสามารถบริจาคได้ทุก 14 วัน ในระหว่างที่อยู่ในโครงการบริจาคพลาสมาจะต้องมีการฉีดยากระตุ้นตลอดทุก 3 เดือนพร้อมทั้งตรวจระดับ Anti- HBsAg ทุก 3 เดือน
-
โครงการเซรุ่มป้องกันพิษสุนัขบ้า (Human Rabies Immunoglobulin, HRIG) โดยจะฉีดวัคซีน VERORAB 0.2 mL ID แบ่งฉีดกล้ามเนื้อ (Deltoid) ที่แขนทั้ง 2 ข้างๆ ละ 0.1 mL ทำบัตร นัดฉีดยากำหนดวันดังนี้
-
ฉีดวัคซีนครั้งที่ 1 (Day 0)
วันที่……..(วันที่มาฟังผลและตกลงเข้าโครงการ)
-
ฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 (Day7)
วันที่……..(7 วันหลังจากฉีดยาเข็มที่ 1)
-
ฉีดวัคซีนครั้งที่ 3 (Day21)
วันที่……..(21 วันหลังจากฉีดยาเข็มที่ 1)
- หลังจากฉีดยาครบ 3 เข็ม แล้วเมื่อครบกำหนด 2 สัปดาห์ เริ่มบริจาคพลาสมาได้ และสามารถ บริจาคได้ทุก 14 วัน ในระหว่างที่อยู่ในโครงการบริจาคจะต้องมีการฉีดยากระตุ้นตลอดทุก 3 เดือน
พลาสมาในกลุ่มที่ไม่ต้องฉีดวัคซีนผลิต Fractionation คัดเลือกผู้บริจาคแบบเดียวกันแต่ไม่ต้องมีการฉีดวัคซีน
-

การดูแลเพิ่มเติมสำหรับผู้บริจาคพลาสมา
ตรวจติดตามระดับ Total Protein และ Albumin ทุก 6 เดือน ในผู้บริจาคพลาสมาทุก ถ้า Protein ต่ำกว่า 6.0 g/dl ให้ผู้บริจาคหยุดการบริจาคชั่วคราว และนัดมาตรวจซ้ำหลังจาก นั้น 1 เดือน ถ้ามากกว่า 6.0 g/dl สามารถบริจาคต่อได้
-

วิธีการบริจาค
การบริจาคพลาสมา จะบริจาคด้วยเครื่องแยกส่วนประกอบโลหิตอัตโนมัติ (Blood Cell Separator) ใช้เวลาในการบริจาค ประมาณ 45 นาที ครั้งละ 500 ซีซี บริจาคได้ทุก 14 วัน
วันและเวลาทำการ
-
วันจันทร์ พุธ ศุกร์
(ไม่ปิดพักกลางวัน)
เวลา 08.30-19.30 น.
(ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือด เวลา 18.00 น. ) -
วันอังคาร พฤหัสบดี
(ไม่ปิดพักกลางวัน)
เวลา 07.30-19.30 น.
(ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือด เวลา 18.00 น. ) -
วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์
(ไม่ปิดพักกลางวัน)
เวลา 08.30-15.30 น.
(ปิดรับบริจาคเกล็ดเลือด เวลา 14.30 น.)
นัดหมายการบริจาคเกล็ดเลือด หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2-263-9600 -99 ต่อ 1143,1144
วันและเวลาทำการห้องรับบริจาคพลาสมา ชั้น 2
(ไม่หยุดพักกลางวัน)
เปิดทำการเฉพาะ วันจันทร์-ศุกร์
เวลา 08.30-16.30 น.
ปิดทำการวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1101,1203
นโยบายคุณภาพ การรับรองคุณภาพและมาตรฐาน

นโยบายคุณภาพ การรับรองคุณภาพและมาตรฐาน
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
มุ่งมั่นให้บริการโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิตที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยสูงสุด ตามมาตรฐานสากล
ด้วยการบริหารระบบคุณภาพที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลัก จริยธรรรม ความเสมอภาคและความพึงพอใจของผู้รับบริการ

วิสัยทัศน์และค่านิยม พันธกิจ เข็มมุ่ง



- คุณภาพ (Quality)
ยึดมั่นและธํารงไว้ ซึ่งเอกภาพในการบริหารงานระบบคุณภาพขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานสากล
- รับผิดชอบ (Accountability)
มุ่งมั่นให้บริการและผลิตผลิตภัณฑ์โลหิตด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ โดยให้ความสําคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้บริจาคโลหิตและผู้ป่วยที่รับโลหิต
- เอื้ออาทร (Caring)
ใส่ใจ ห่วงใยและเอื้ออาทร ดําเนินการตามหลักธรรมาภิบาล และจรรยาบรรณสภากาชาดไทย ร่วมสร้างสังคมสีเขียว ปลอดมลภาวะเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

- เป็นศูนย์กลางบริหารงานบริการโลหิต เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต และผลิตภัณฑ์ด้านบริการโลหิตให้เพียงพอและปลอดภัย
- กำหนดและกำกับดูแลนโยบาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติงานบริการโลหิตระดับประเทศ
- เป็นศูนย์กลางห้องปฏิบัติการ และข้อมูลด้านบริการโลหิตของประเทศ
- ธำรงไว้ซึ่งระบบคุณภาพตามมาตรฐานสากล
- ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านบริการโลหิตอย่างต่อเนื่อง
- บริหารหลักสูตรและการฝึกอบรมด้านเวชศาสตร์บริการโลหิต ร่วมกับสถาบันการศึกษา สนับสนุนการพัฒนาต่อเนื่องของบุคลากรด้านเวชศาสตร์บริการโลหิตของประเทศ และเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านเวชศาสตร์บริการโลหิตขององค์การอนามัยโลกสำหรับประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (WHOCC)

3S + 1E เข็มมุ่งสู่ความเป็นเลิศในการบริการโลหิตและสร้างคุณค่าที่ดีสู่สังคม
-
ปลอดภัย (Safety)
ให้บริการโลหิตและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดทั้งผู้ให้และผู้รับ ส่งเสริมความปลอดภัยในด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม -
ได้มาตรฐาน (Standard)
บริหารระบบคุณภาพตามมาตรฐานสากล ด้วยความเชี่ยวชาญและรับผิดชอบแบบมืออาชีพ -
บริการประทับใจ (Satisfaction)
ใส่ใจและเอื้ออาทร ให้ความสำคัญและสร้างประสบการณ์ที่ดี เกินความคาดหมายให้ผู้รับบริการ -
ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Environment)
ร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยประหยัดพลังงานและบริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มุ่งสู่ Zero Waste
ข้อมูลผู้บริหาร

ผู้บริหารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
ผู้บริหารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
ผู้อำนวยการ

แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ
ผู้อำนวยการ
รองศาสตราจารย์
แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ
รองผู้อำนวยการ

นางสาวภาวิณี คุปตวินทุ
รองผู้อำนวยการ ด้านปฏิบัติการและบริหาร
ทนพญ.ภาวิณี คุปตวินทุ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
-

นางสาวปิยนันท์ คุ้มครอง
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
ด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กรนางสาวปิยนันท์ คุ้มครอง
-

ทนพญ. สิณีนาฏ อุทา
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
ด้านการบริการโลหิตทนพญ. สิณีนาฏ อุทา
-

ทนพ. สาธิต เทศสมบูรณ์
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
ด้านบริการโลหิตส่วนภูมิภาคทนพ. สาธิต เทศสมบูรณ์
-

ภญ. ฐิติพร ภาคภูมิพงศ์
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
ด้านวิชาการและคุณภาพภญ. ฐิติพร ภาคภูมิพงศ์
-

ภญ.วดี รุ่งประดับวงศ์
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
ด้านการผลิตผลิตภัณฑ์ภญ.วดี รุ่งประดับวงศ์
-

ภญ.ปิยวดี วิทยาวิวัฒน์
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
ด้านการบริหารภญ.ปิยวดี วิทยาวิวัฒน์
-

ภก.ดร.นรินทร์ กิจเกรียงไกรกุล
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
ด้านบริหารศูนย์ผลิต
ผลิตภัณฑ์จากพลาสมาภก.ดร.นรินทร์
กิจเกรียงไกรกุล
หัวหน้าฝ่าย หัวหน้าศูนย์ หัวหน้างาน
-

นางศิริลักษณ์ เพียรเจริญ
หัวหน้าศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิง
นางศิริลักษณ์ เพียรเจริญ
-

นายธีระ วิทยาวิวัฒน์
หัวหน้าฝ่ายจ่ายโลหิตและผลิตภัณฑ์
นายธีระ วิทยาวิวัฒน์
-

นางสาวนภัสศิริ สมใจ
หัวหน้าฝ่ายรับบริจาคโลหิตเฉพาะส่วน
นางสาวนภัสศิริ สมใจ
-

นางวลาพร พัฒนาพงศ์ศักดิ์
หัวหน้าฝ่ายเจาะเก็บโลหิต
นางวลาพร พัฒนาพงศ์ศักดิ์
-

ดวงนภา อินทรสงเคราะห์
รักษาการในตำแหน่ง
หัวหน้าฝ่ายตรวจคัดกรองโลหิตดร.ดวงนภา อินทรสงเคราะห์
-

ภญ.ตรึงตรา ลีลารังสรรค์
หัวหน้าฝ่ายผลิตส่วนประกอบโลหิต
ภญ.ตรึงตรา ลีลารังสรรค์
-

ภญ.นฤมล วระชุน
หัวหน้าฝ่ายประกัน
และควบคุมคุณภาพภญ.นฤมล วระชุน
-

ภก.วรพงศ์ บุญพาล้ำเลิศ
หัวหน้าฝ่ายผลิตถุงบรรจุโลหิต
อุปกรณ์ และน้ำยาภก.วรพงศ์ บุญพาล้ำเลิศ
-

นายอุดม ติ่งต้อย
หัวหน้าฝ่ายผลิตน้ำยาแอนติซีรัม
และผลิตภัณฑ์เซลล์นายอุดม ติ่งต้อย
-

นางพิรญาณ์ พิริยะมานนท์
หัวหน้าฝ่ายบัญชีและงบประมาณ
นางพิรญาณ์ พิริยะมานนท์
-

นางสาวสริญญา เหล่าสุวรรณพงษ์
หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล
นางสาวสริญญา เหล่าสุวรรณพงษ์
-

หัวหน้าฝ่ายการเงิน
หัวหน้าฝ่ายการเงิน
-

นางปุณยนุช รอดเรือง
หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อและพัสดุ
นางปุณยนุช รอดเรือง
-

นางเสาวลักษณ์ อมาตยกุล
หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป
นางเสาวลักษณ์ อมาตยกุล
-

ภก.อนวัช มิตรประทาน
หัวหน้าฝ่ายผลิตผลิตภัณฑ์โลหิต
ภก.อนวัช มิตรประทาน
-

นางสาวสุรัชนี ยอดแสง
หัวหน้าฝ่ายสารสนเทศและเทคโนโลยี
นางสาวสุรัชนี ยอดแสง
-

นางสาววิภาวรรณ ภมร
หัวหน้าฝ่ายธนาคาร
เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตนางสาววิภาวรรณ ภมร
-

นพ.คามิน วงษ์กิจพัฒนา
รักษาการในตำแหน่ง
หัวหน้าฝ่ายการแพทย์นพ.คามิน วงษ์กิจพัฒนา
-

นพ.อภิสิทธิ์ ทองไทยสิน
รักษาการในตำแหน่ง
หัวหน้าฝ่ายวิชาการ
และการศึกษาต่อเนื่องนพ.อภิสิทธิ์ ทองไทยสิน
-

นางสาวพิราภรณ์ ศรศิลป์
รักษาการในตำแหน่ง
หัวหน้าฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิต
และสื่อสารองค์กรนางสาวพิราภรณ์ ศรศิลป์
-

นางสาวจุฑารัตน์ แก้วจันทร์เพชร
งานรับบริจาคโลหิตและพลาสมา
สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม บางแคนางสาวจุฑารัตน์ แก้วจันทร์เพชร
ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ
-

ทนพญ.พัชรากร กรำกระโทก
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 2
จังหวัดลพบุรีทนพญ.พัชรากร กรำกระโทก
-

ทนพญ.ประภาภรณ์ อุดมวินิจศิลป์
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3
จังหวัดชลบุรีทนพญ.ประภาภรณ์ อุดมวินิจศิลป์
-

ทนพญ.สมรัก เพชรโฉมฉาย
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 4
จังหวัดราชบุรีทนพญ.สมรัก เพชรโฉมฉาย
-

ทนพญ.ศิริลักษณ์ เพียกขุนทด
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5
จังหวัดนครราชสีมาทนพญ.ศิริลักษณ์ เพียกขุนทด
-

ทนพญ.วิราศิณี ชัยมณี
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 6
จังหวัดขอนแก่นทนพญ.วิราศิณี ชัยมณี
-

ทนพญ.ทัศนีวรรณ เชื้อเจ็ดตน
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 7
จังหวัดอุบลราชธานีทนพญ.ทัศนีวรรณ เชื้อเจ็ดตน
-

ทนพญ.วชิราภรณ์ ยนต์วิเศษ
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 8
จังหวัดนครสวรรค์ทนพญ.วชิราภรณ์ ยนต์วิเศษ
-

ทนพญ.อุไรวรรณ บุญจันทร์
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 9
จังหวัดพิษณุโลกทนพญ.อุไรวรรณ บุญจันทร์
-

ทนพญ.วัชรี ประสิงห์
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10
จังหวัดเชียงใหม่ทนพญ.วัชรี ประสิงห์
-

ทนพญ.ชฎาพร จุติชอบ
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 11
จังหวัดนครศรีธรรมราชทนพญ.ชฎาพร จุติชอบ
-

ทนพญ.สุภัตตรา มิถุนดี
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 12
จังหวัดสงขลาทนพญ.สุภัตตรา มิถุนดี
-

ทนพญ.พรทิพย์ รัตจักร์
หัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติ
จังหวัดภูเก็ตทนพญ.พรทิพย์ รัตจักร์
-

ทนพญ.พรทิพย์ รัตจักร์
หัวหน้างานบริการโลหิต
สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติทนพญ.ทิพย์นภา กลิ่นหอม
ศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา

ภก.ดร.นรินทร์ กิจเกรียงไกรกุล
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านบริหารศูนย์ผลิต
ผลิตภัณฑ์จากพลาสมา
ภก.ดร.นรินทร์ กิจเกรียงไกรกุล
-

ภญ.พัฒนา มังจักร
ผู้จัดการศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา
ภญ.พัฒนา มังจักร
-

นายวิษณุพร โลเกศเสถียร
ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรม
นายวิษณุพร โลเกศเสถียร
-

ภญ.วิชชุดา น้อยมณี
ผู้จัดการฝ่ายผลิต
ภญ.วิชชุดา น้อยมณี
-

ภญ.ดร.กษมา พงษ์สามารถ
ผู้จัดการฝ่ายประกัน
และควบคุมคุณภาพภญ.ดร.กษมา พงษ์สามารถ
-

นายณัฐนนท์ กันตา
ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบริหาร
และจัดการทรัพยากรบุคคลนายณัฐนนท์ กันตา
-

นางณถาภัช สะอาดดี
ผู้จัดการแผนกคลังสินค้าและขนส่ง
นางณถาภัช สะอาดดี
-

เภสัชกรกิตติพงษ์ วิโยคม
ผู้จัดการแผนกการตลาดและการขาย
เภสัชกรกิตติพงษ์ วิโยคม
ประวัติองค์กร (NBC/ RBC/ PFC)

ประวัติความเป็นมาของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถือกำเนิดขึ้นจากการประชุมสันนิบาตกาชาด ครั้งที่ 17 ณ กรุงสต็อกโฮม ประเทศสวีเดน ที่มีมติให้สภากาชาดแต่ละประเทศจัดตั้งงานบริการโลหิตขึ้น โดยยึดถืออุดมคติว่า “ผู้บริจาคโลหิตต้องมาด้วยจิตศรัทธา ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนหรือหวังผลตอบแทนแต่อย่างใด”

ประเทศไทยจึงได้จัดตั้งแผนกบริการโลหิตขึ้น ในกองวิทยาศาสตร์ สภากาชาดไทย เมื่อปี พ.ศ. 2495 เพื่อตอบสนองสภากาชาดสากล จากนั้นได้พัฒนาเป็น “ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ” และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคาร “รังสิตานุสรณ์” เพื่อเป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิต เมื่อปี พ.ศ. 2496 และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2512 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ” เพื่อใช้เป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิตหลังใหม่ ยังความปลาบปลื้มปีติยินดี และเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งต่อองค์กร จึงถือวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันสถาปนาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
จากนั้นในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2552 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิด อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ซึ่งใช้เป็นอาคาร ที่ทำการของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติจวบจนปัจจุบัน
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 55 ปี ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้ดำเนินงานบริการโลหิต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ภายใต้นโยบายที่ให้ผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง (customer center) ได้แก่ ผู้บริจาคโลหิต ผู้ป่วย และโรงพยาบาลที่ต้องการใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล โดยยึดหลักการดำเนินงาน 3 ข้อ ดังนี้
-

คุณภาพ (Quality)
คุณภาพ (Quality) โลหิตที่ได้รับบริจาคต้องมีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้ป่วย โดยมีการส่งเสริมพัฒนาด้านวิชาการ วิจัย และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อการบริการโลหิตและส่วนประกอบโลหิตอย่างมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล อาทิ งานห้องปฏิบัติการ
ตรวจโลหิตที่ทันสมัย โรงงานผลิตถุงบรรจุโลหิต การผลิตน้ำยาตรวจหมู่โลหิต และผลิตผลิตภัณฑ์โลหิตมากมาย -

รับผิดชอบ (Accountability)
รับผิดชอบ (Accountability) การให้บริการโลหิตที่มีคุณภาพ เพียงพอ และทันเวลาต่อความต้องการของผู้รับบริการทั่วประเทศตลอดปี
และการพัฒนาองค์กรให้เป็นที่พึ่ง เป็นแหล่งอ้างอิงด้านบริการโลหิตของประเทศ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยนำนวัตกรรมใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านต่างๆ รวมทั้ง การค้นคว้าวิจัย เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ ตลอดจน การรณรงค์ประชาสัมพันธ์
จัดหาผู้บริจาคโลหิตเชิงรุก โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆในการจัดหาโลหิตให้ได้ตามเป้าหมาย ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งมีการจัดตั้ง
ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ในจังหวัดใหญ่ๆ จำนวน 12 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการโลหิตแบบครบวงจร และเป็นมาตรฐานเดียวกัน
กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ -

เอื้ออาทร (Caring)
เอื้ออาทร (Caring) การสร้างคุณธรรมภายในองค์กร คือ คุณภาพ รับผิดชอบ เอื้ออาทร เพื่อให้บุคลากรดำเนินการตามหลักจรรยาบรรณ และ ธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นวัฒนธรรมกาชาด เป็นรากฐานของ การทำงานอย่างมีความสุข มีเจตคติที่ดี และช่วยประสานการทำงาน
ทั้งองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียวกัน สร้างสังคมในองค์กรให้น่าอยู่ นำมาซึ่งความสำเร็จในการทำงาน
ขั้นตอนการบริจาคโลหิต

ขั้นตอนการบริจาคโลหิต
-

ขั้นตอนที่ 1
กรอกแบบฟอร์มใบสมัครผู้บริจาคโลหิต และวัดความดันโลหิต
**ควรให้ข้อมูลสุขภาพตรงตามความเป็นจริง เพื่อให้ได้โลหิตที่ดี มีคุณภาพ ปลอดภัย ทั้งต่อตัวผู้บริจาคเอง และตัวผู้ป่วย** -

ขั้นตอนที่ 2
ลงทะเบียนผู้บริจาคโลหิตในระบบคอมพิวเตอร์
-

ขั้นตอนที่ 3
ตรวจความเข้มโลหิต และคัดกรองสุขภาพโดยบุคลากรทางการแพทย์ จะสอบถามประวัติผู้บริจาคเพิ่มเติม เพื่อวินิจฉัยเบื้องต้นว่าท่านมีสุขภาพพร้อมที่จะบริจาคโลหิตหรือไม่
-

ขั้นตอนที่ 4
บริจาคโลหิต ผู้บริจาคจะได้รับการเจาะเก็บโลหิต ปริมาณ 350-450 ซีซี
-

ขั้นตอนที่ 5
นั่งพัก 10 – 15 นาที ดื่มเครื่องดื่มและรับประทานอาหารว่าง *** หลังบริจาคโลหิตจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มที่เจ้าหน้าที่จัดไว้บริการให้ และนั่งพักสักระยะหนึ่ง เพื่อสังเกตอาการหลังบริจาคโลหิต
-

ขั้นตอนที่ 6
วัดความดันโลหิต หลังการบริจาคโลหิต
ถ้าความดันโลหิตตัวบนต่ำลง > 20 มม.ปรอท และหรือ ความดันโลหิตตัวล่าง ลดต่ำลง > 10 มม.ปรอท ให้นั่งพักดื่มน้ำอีก 10 นาที แล้ววัดซ้ำ หากมีอาการผิดปกติให้รีบนั่ง หรือ นอนลง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่
ไทย (Thai)
English


